หน้าแรก เศรษฐกิจ ชี้เอสเอ็มอีไ...

ชี้เอสเอ็มอีไทยสะบักสะบอมจากสงคราม ส.อ.ท.เร่งช่วยสภาพคล่อง-หาตลาด

19.05.22 | 16:04 น.

ส.อ.ท.ชี้เอสเอ็มอีกำลังสะบักสะบอมจากสงคราม เร่งจับมือธปท.-ตลท.ช่วยสภาพคล่อง-ตลาดโดยด่วน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวในงานสัมมนา “ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” (Better Thailand Open Dialogue) ช่วงการเสวนาหัวข้อ “เศรษฐกิจไทยยุคใหม่ประเทศก้าวต่อไปอย่างไร” ว่า ภาคอุตสาหกรรมยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยปีนี้และปี 2566 และล่าสุดผลจากสงครามทำให้ราคาน้ำมัน ต้นทุนวัตถุดิบการผลิตสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นอุตสาหกรรมจะต้องเร่งหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ปรับสูตร ใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น และอีกเรื่องที่ต้องรับมือประเด็นสิ่งแวดล้อม ปล่อยคาร์บอนลดลง และปี 2065 การปล่อยคาร์บอนจะเป็นศูนย์ ล่าสุดส.อ.ท.ตั้งสถาบันขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิต อุตสาหกรรมใหญ่ต้องการซื้อคาร์บอน ขณะที่อุตสาหกรรมสะอาดที่เป็นสมาชิก และมีสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสามารถปลูกต้นไม้ก็สามารถจำหน่ายเครดิตเหล่านี้ได้ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องตื่นตัว ปรับตัว

ปัจจุบันอุตสาหกรรมไทยต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ 45 กลุ่มอุตสาหกรรม 11 คลัสเตอร์ ถือเป็นเฟิร์ส อินดัสทรี หรืออุตสาหกรรมดั้งเดิม จะช่วยอย่างไรให้แข่งขัน อยู่รอด แข่งขัน สามารถส่งออก เลี้ยงตัวเอง ซึ่ง 80% เป็นเอสเอ็มอี ดังนั้นต้องผลักดันให้เป็นสมาร์ทเอสเอ็มอี ต้องโกดิจิทัล โกอินโนเวชัน โกโกลบอล โดยทั้งหมดจะต้อง 1.ปรับตัวใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อ 2.มีสินค้าของตนเอง ไม่ใช่โออีเอ็มต่อไป 3.ต้องทำให้แข่งขันได้ สู้ได้ ส่งออกได้ และเราต้องช่วยเรื่องไฟแนนซ์ เพราะความท้าทายโควิด และผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เอสเอ็มอีสะบักสะบอม เอสเอ็มอีเข้าไม่ถึงสินเชื่อ สภาพคล่องไม่มี โดยส.อ.ท.จะร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สนับสนุนให้ใบอินวอยซ์สามารถไปขึ้นเงิน ช่วยเรื่องสภาพคล่องได้ 2.ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ระดมทุนสร้างกระดานเทรดใหม่เพื่อช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน เมื่อมีเงินแล้วต้องมีตลาด จะร่วมกับหน่วยงานต่างๆทำบิสซิเนสแมทชิ่งจับคู่ธุรกิจหาตลาดใหม่ร่วมกัน