หน้าแรก เศรษฐกิจ รอเฮ! รัฐควัก...

รอเฮ! รัฐควักหมื่นล้าน จ้างงานพันโครงการ ผันเงินสู่ระบบ ฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้า

21.05.22 | 21:44 น.

รอเฮ! รัฐควักหมื่นล้าน จ้างงานพันโครงการ ผันเงินสู่ระบบ ฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้า

วันที่ 21 พฤษภาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเม็ดเงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เหลืออยู่  7.4 หมื่นล้านบาท จะนำมาดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นก่อนที่งบประมาณประจำปี 2566 ประกาศใช้  แบ่งเป็นโครงการเศรษฐกิจฐานรากวงเงิน  1 หมื่นล้านบาท จ่ายค่ารักษาพยาบาลโควิด-19 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท และก้อนสุดท้ายวงเงิน 4.8 หมื่นล้านบาท นำมากระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป

ผุดพันโครงการหมื่นล้านฟื้นศก.ฐานราก

“เรากำลังเร่งรัดโครงการเศรษฐกิจฐานราก เพื่ออัดเม็ดเงินลงพื้นที่ให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ในชุมชน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาโครงการเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในเดือนมิถุนายนนี้ จะเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2565 เป็นโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำ ถนน ของท้องถิ่น กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นโครงการขนาดเล็กร่วม 1,000 โครงการ มูลค่าต่อโครงการตั้งแต่ 5-6 แสนบาทถึง 4-7 ล้านบาท “นายดนุชากล่าว

ออกมาตรการกระตุ้น 4.8 หมื่นล้าน

นายดนุชากล่าวว่า ส่วนวงเงิน 4.8 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะดำเนินการผ่านโครงการอะไรบ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอให้พิจารณาด้วย เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน   แต่ด้วยทรัพยาการทางการเงินที่เหลืออยู่ไม่มาก  ดังนั้นมาตรการที่ออกมาจะไม่เหมือนก่อนหน้านี้ ต้องดูให้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด เช่น กลุ่มมีภาระ มีปัญหา มีความยากลำบาก  เหมือนกับที่ออกโครงการวินเซฟ   คาดว่าจะมีข้อสรุปชัดเจนและเริ่มดำเนินการได้ หลัง 10 มาตรการสิ้นสุดสิ้นเดือนมิถุนายนนี้   เพราะต้องประเมินผลจาก 10 มาตรการนี้ก่อนว่ายังมีกลุ่มไหนเดือดร้อนอีกบ้าง

Advertisement

รอเคาะคนละครึ่ง-ช่วยคนใช้เบนซิน

“โครงการคนละครึ่งเฟส 5 เป็นหนึ่งโครงการที่จะใช้เงินจากก้อนที่เหลืออยู่ 4.8 หมื่นล้านบาท เพราะไม่มีเงินก้อนอื่นเหลือแล้ว เรากำลังหารือร่วมกับกระทรวงการคลังจะเป็นในลักษณะไหน ให้กลุ่มไหน ใช้เงินเท่าไหร่ ต้องประเมินสถานการณ์ต่างๆประกอบด้วยการพิจารณาด้วย เพราะเงินเหลือน้อยจะทำเหมือนที่ผ่านมาคงไม่ได้” นายดนุชากล่าว

นายดนุชากล่าวว่า สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันที่ติดลบใกล้ถึง 1 แสนล้านบาทนั้น เป็นเรื่องของกระทรวงพลังงานต้องหารือกับกระทรวงการคลังและสถาบันการเงินในการกู้เงินมาชดเชย ด้านการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้น้ำมันเบนซินนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาวิธีการช่วยเหลือ  เช่น อาจจะช่วยเหลือโดยลดค่าครองชีพด้านอื่นให้เพื่อที่คนกลุ่มนี้สามารถนำรายได้ไปใช้สำหรับรถยนต์

“มีหลายกลุ่มใช้น้ำมันเบนซิน เช่น มอเตอร์ไซค์ ซึ่งได้ออกมาตรการช่วยไปก่อนแล้ว ผ่านโครงการวินเซฟ แต่คนทั่วไปกำลังดูอยู่ว่าจะให้ครอบคลุมได้ขนาดไหน และรูปแบบไหน เพราะที่ผ่านมาเรายังไม่เคยเข้าไปช่วยผู้ได้รับผลกระทบน้ำมันเบนซิน มุ่งช่วยกลุ่มน้ำมันดีเซลอย่างเดียวเพราะกระทบต่อต้นทุนและราคาสินค้า อีกทางหนึ่งคนที่ใช้เบนซินก็ต้องประหยัดมากขึ้นด้วย“ นายดนุชากล่าว

คาดนทท.เพิ่ม 10 ล้านคน รายได้พุ่ง1ล้านล.

นายดนุชากล่าวถึงที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีมติผ่อนปรนมาตรการเพิ่มเติมว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น จากการเปิดกิจกรรมผับ บาร์ คาราโอเกะ ทำให้เกิดกิจกรรมการบริโภค คนจะมีรายได้มากขึ้น ขณะที่มาตรการให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบ สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศได้จะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคนต่อปี มีรายได้ 1 ล้านล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าอยู่ที่ 7-8 ล้านคนต่อปี และมีรายได้ 5.7 แสนล้านบาท