หน้าแรก เศรษฐกิจ เวิลด์แบงก์เป...

เวิลด์แบงก์เปิดอันดับความสามารถแข่งขัน-ไทยพุ่งขึ้น 3 อันดับ อยู่ที่ 46 ของโลก

26.10.16 | 14:18 น.

นายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลก ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารโลกได้รายงานผลการวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ ประจำปี 2560 (Doing Business 2017) โดยไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 46 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ลำดับที่ 49 จาก 190 ประเทศทั่วโลก มีผลคะแนนรวมทุกด้านที่ 72.53 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 71.65 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

สำหรับ 10 ประเทศแรก ที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจ ได้แก่ นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เดนมาร์ก เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง เกาหลีใต้ นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร สหรัฐ สวีเดน และสาธารณรัฐมาซิโดเนีย ตามลำดับ ขณะไต้หวัน อยู่ลำดับที่ 11 ทั้งนี้ ญี่ปุ่น ลำดับ 34 และจีน อยู่ลำดับที่ 78 ส่วนประเทศที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 190 คือ สหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลีย

ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะประเทศอาเซียน ไทยมีความสะดวกในการประกอบธุรกิจเป็นลำดับ 3 ของอาเซียน รองจาก สิงคโปร์ อันดับ 2 ของโลก และมาเลเซีย อันดับ 23 ของโลก ส่วนลำดับที่ 4-10 ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม อันดับ 72 เวียดนาม อันดับ 82 อินโดนีเซีย อันดับ 91 ฟิลิปปินส์ อันดับ 99 กัมพูชา อันดับ 131 ลาว อันดับ 139 และสองอันดับสุดท้าย คือ เมียนมา อันดับ 170 และติมอร์ เลสเต อันดับ 175

นายอูลิคกล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้อันดับของประเทศไทยปีนี้ดีขึ้น เป็นผลมาจากการปรับปรุงบรรยากาศทางธุรกิจด้วยการปฏิรูป 3 ด้าน ได้แก่ การช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจในไทยสะดวกขึ้นด้วยการสร้างระบบบริการจ่ายเงินลงทะเบียนไว้ที่จุดเดียวกัน และยังลดระยะเวลาการขอตราประทับของบริษัท รวมทั้ง การปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านสินเชื่อ ทำให้การแก้ไขปัญหารวดเร็วขึ้นด้วยการปรับโครงสร้างของบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการชำระบัญชีของบริษัทให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวว่า การจัดอันดับที่ดีขึ้นของไทยเชื่อว่าระยะยาวจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ไทยยังต้องแก้ไขเพราะยังมีความล่าช้า อาทิ การขอคืนภาษีของเอกชน การติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า การขออนุญาตก่อสร้างและเปิดใช้อาคาร เป็นต้น โดย ก.พ.ร.จะเร่งหารือกับคณะทำงานที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจต่อไป

Advertisement

“เราต้องมีการปรับปรุงระเบียบกฎหมายและอำนวยสะดวกให้ธุรกิจตลอดเวลา เพราะประเทศอื่นก็มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา อยู่เฉยๆ หรือปรับปรุงน้อย อันดับก็อาจจะตกลงไปได้ ซึ่งการจัดลำดับนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นการทำธุรกิจให้ต่างชาติได้ส่วนหนึ่ง โดยปี 2561 รองนายกฯ มีเป้าหมายที่จะให้ลำดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจของไทยขึ้นมาอยู่ในหลัก 3 และตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2564 จะมีอันดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน ” นายทศพรกล่าว