นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค(Ministers Responsible for Trade Meeting: MRT) ที่โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ว่า ภาพรวมการประชุมเอเปคที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพตลอด 4 วันที่ผ่านมา ในฐานะประธานขอแสดงความชื่นชมรัฐมนตรีการค้าเอเปคจากทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ รวมทั้งสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค หรือเอแบก และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันเพื่อกำหนดทิศทางผ่านการแสดงวิสัยทัศน์และมุมมองที่หลากหลายในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อฝ่าวิกฤตโควิด-19 รวมทั้งการส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตามหัวข้อหลักของการประชุมเอเปคประจำปี 2022 ที่ประเทศไทยกำหนดขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ Open. Connect. Balance หรือเปิดกว้างสร้างสัมพันธ์เชื่อมโยงกันสู่สมดุลก็ได้รับการสนับสนุนอย่างดี อีกทั้ง สัญญาณอีกข้อที่สะท้อนความสำเร็จของประเทศไทยคือการที่ทุกเขตเศรษฐกิจได้ยอมรับและสนับสนุน BCG Model ของไทย ให้เป็นวิสัยทัศน์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มเขตเศรษฐกิจเอเปคในอนาคต
โดยผลการประชุมช่วงเช้าสำหรับการประชุมเอเปคในหัวข้อสำคัญคือการหาข้อสรุปร่วมกันในการอยู่ร่วมกับโควิด-19 ร่วมกับอนาคต ซึ่งได้ข้อสรุปจากความเห็นของรัฐมนตรีฯและผู้แทนเขตเศรษฐกิจการค้าทาง 21 เขต แบ่งเป็น 7 ประเด็นหลัก
1.ได้มีข้อเสนอในเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคคลข้ามพรมแดนควรมีการอำนวยความสะดวกเกิดขึ้นอีกครั้งโดยเฉพาะการมุ่งเน้นการเดินทางที่ปลอดภัย และการใช้ระบบที่รองรับการเดินทางติดต่อระหว่างกันให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น
2.ที่ประชุมมีความเห็นเรื่องการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับระบบโลจิสติกส์ ซึ่งหลายประเทศมีปัญหาในเรื่องการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบมาใช้เพื่อการผลิตและวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น ควรมีการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานเหล่านี้ด้วยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพระหว่างกันซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนและธุรกิจต้องการเป็นพิเศษ
3.หลายเขตเศรษฐกิจมีข้อเสนอการสนับสนุนให้มีการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะแหล่งทุนห่วงโซ่อุปทาน สำหรับทุกภาคส่วนการผลิตและภาคส่วนเศรษฐกิจโดยเฉพาะสำหรับ SMEs และ Micro SMEs กลุ่มเปราะบาง สตรี ผู้ด้อยโอกาส แรงงานและผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น
4.หลายประเทศมีความเห็นว่าจุดยืนด้านมนุษยธรรมเพื่ออนาคต รวมทั้งสุขภาพของประชาชนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงมุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงวัคซีนให้มากที่สุดรวมถึงดูแลและป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต
5.จะต้องจับมือกันในการมุ่งขจัดอุปสรรคทางการค้าและเปิดกว้างอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน มุ่งเน้นการสร้างกฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อการในเวทีสากลทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและหลังโควิด โดยใช้เศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซหรือรูปแบบอื่นๆให้เป็นประโยชน์และเข้ามามีบทบาทให้มากขึ้น
6.การมุ่งเน้นให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ทุกเขตเศรษฐกิจสนับสนุนการนำ BCG Model มาใช้ รวมถึงการใช้ใน MSMEs ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการรวมทั้งการมุ่งเน้นในเรื่องสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานทางเลือกการใช้ ไฮโดรเจนเป็นต้น รวมทั้งการสนับสนุนส่งเสริมการเปิดตลาดพลังงานสะอาดต่อไป และมีเขตเศรษฐกิจหนึ่งให้ความเห็นว่าการปรับปรุงสภาพอากาศไม่มีใครทำคนเดียวได้แต่ต้องร่วมมือกันภายใต้เอเปคและภายใต้ OECD(องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ) และ WTO ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปล่อยคาร์บอน การลดการอุดหนุนพลังงานดั้งเดิมหรือรูปแบบอื่นใด
7.มีการพูดกันเพื่อสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงานในกลุ่มประเทศเอเปคเกิดขึ้น
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขณะที่การประชุมเอเปคครั้งนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ที่ประชุมไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมของการประชุมเอเปคได้เช่นเดียวกับบางครั้งที่เกิดขึ้นในอดีต แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะมีผลลัพธ์ในรูปถ้อยแถลงหรือแถลงการณ์ของประธานการประชุมเอเปค คือประเทศไทย ในรูป Chair Statement แทน ซึ่งได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการยกร่าง เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมามีส่วนร่วมในการยกร่าง และจะประกาศเป็นทางการในรูปเอกสารต่อไป
“ถึงแม้ว่าการประชุมจะไม่ได้มีการออกแถลงการณ์ร่วม แต่ถือว่าไทยประสบความสำเร็จและเคารพความเห็นของทุกเขตเศรษฐกิจ รวมทั้งไทยพร้อมทำงานร่วมกับเอเปคอย่างเข้มแข็งต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดตั้ง FTAAP การสนับสนุนการค้าในรูปแบบพหุภาคีรวมทั้ง WTO และการจับมือเดินไปด้วยกันอยู่ร่วมกันกับโควิดและอนาคตต่อไป ”
ทั้งนี้ แถลงการณ์ร่วมจะเกิดขึ้นได้เมื่อทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจมีความเห็นตรงกันทั้งหมดที่เรียกว่าเป็นฉันทามติ ถ้ามีแม้เขตเศรษฐกิจใดเศรษฐกิจหนึ่งเห็นไม่สอดคล้องก็ไม่สามารถประกาศได้ และเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเนื่องจากมีความเห็นไม่สอดคล้องกันในเรื่องสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทุกเขตเศรษฐกิจเห็นพ้องกันในการให้มีแถลงการณ์ร่วม เพียงแต่มีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่เห็นไม่สอดคล้องกัน บางเขตเศรษฐกิจเห็นไม่ตรงกัน เป็นที่มาที่ทำให้ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้ อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วมออกมาก่อนการประชุมครั้งถัดไปจะใช้ Chair Statement ที่ไทยได้แถลงการณ์นำเข้าสู่ที่ประชุมต่อไป
แหล่งข่าวกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคครั้งนี้ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วม ได้เนื่องจากมีบางประเทศสมาชิก เสนอให้มีการบรรจุเรื่องความขัดแย้งกรณีสงครามรัสเซียยูเครนเข้าไปในแถลงการณ์ร่วมด้วย แต่รัสเซียไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าไม่เกียวข้องกับเวทีการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค จึงทำให้ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้

