“เฉลิมชัย” รอ สศช.เคาะเงินกู้สร้างแหล่งน้ำ มั่นใจกระจายรายได้สู่ชุมชน ชี้ก่อสร้าง หนุนกระตุ้นศก.ทั้งระบบ
วันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนการใช้เม็ดเงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เหลืออยู่ 7.4 หมื่นล้านบาท จะนำมาดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นก่อนที่งบประมาณประจำปี 2566 ประกาศใช้ แบ่งเป็นโครงการเศรษฐกิจฐานรากวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท จ่ายค่ารักษาพยาบาลโควิด-19ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท และก้อนสุดท้ายวงเงิน 4.8 หมื่นล้านบาท นำมากระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป
“เรากำลังเร่งรัดโครงการเศรษฐกิจฐานราก เพื่ออัดเม็ดเงินลงพื้นที่ให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ในชุมชน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาโครงการเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในเดือนมิถุนายนนี้ จะเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2565 เป็นโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำ ถนน ของท้องถิ่น กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นโครงการขนาดเล็กร่วม 1,000 โครงการ มูลค่าต่อโครงการตั้งแต่ 5-6 แสนบาทถึง 4-7 ล้านบาท “นายดนุชากล่าว
ต่อมานายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯได้เสนอโครงการให้สศช.แล้วเป็นโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำ ส่วนหลักเกณฑ์ของโครงการจะผ่านการพิจารณาอนุมัติหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสศช.และคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ
“ผมก็อยากให้โครงการได้รับอนุมัติ เนื่องจากเป็นโครงการที่ดี สร้างงาน สร้างรายได้ กระจายสู่ชุมชน เป็นการเสริมสร้าง ความมั่นคงให้กับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ “
เมื่อถามว่ากรณีที่มีนักวิชาการออกมาระบุว่าโครงการอาจจจะเป็นการใช้เงินที่ผิดวัตถุประสงค์พ.ร.ก.เงินกู้นั้น นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ผมว่าไม่ต้องไปกลัวเพราะนักกฎหมายมีเยอะแยะไปหมด ถ้าเขาพิจารณางบออกมาได้ ไม่ต้องกลัวผิดหรอก แต่ก็ขอบคุณมากที่สะท้อนความเห็น แต่โครงการเหล่านี้จะมีคณะกรรมการตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่ได้ทำอะไรส่งเดช และอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศ กับพี่น้องประชาชน ถ้ามันถูกต้องก็ปล่อยๆไปบ้างเถอะ
“เป็นโครงการที่ดี สร้างงาน รายได้ให้กับชุมชน เป็นการสร้างความเข้มแข็ง ไม่ใช่มาจับผิดกันทุกอย่าง ถ้าเป็นแบบนี้จะไม่มีใครทำงานหรอก ข้าราชการก็ไม่อยากทำ เพราะทำไปแล้ว กลัวว่าจะมาถูกฟ้องอีก ให้เอาความเป็นธรรม เอาใจมาคิด มาคุยกันบ้าง”นายเฉลิมชัยกล่าวยืนยัน
นางสาวลิซ่า ตระกูลพานิช นายกสมาคมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ถือว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจรับเหมาอย่างเดียว จะส่งผลดีต่อทั้งระบบห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง การขนส่ง แรงงาน และกำลังซื้อ เพราะเมื่อคนมีงานทำ จะนำไปจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าแม่ค้าจะมีรายได้จากการค้าขายในระดับท้องถิ่น
“ การลงทุนโครงการก่อสร้าง มีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจระยะยาวกว่าโครงการประเภทอื่นๆ และที่ต่างประเทศมีการใช้โครงการก่อสร้างกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน บราซิล จีน เพราะเป็นโครงการกระตุ้นที่เห็นผลเร็วและชัดเจน”นางสาวลิซ่ากล่าว
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า โครงการเป็นผลดีกับแรงงานก่อสร้าง รวมถึงเป็นการหมุนเงินเข้าไปในระบบได้หลายทอดต่อๆไป และน่าจะเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายได้ตรงจุดอีกทางหนึ่ง แต่คงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้เงินให้เกิดประโยชน์ให้เกิดสิ่งปลูกสร้างให้ได้มากที่สุดและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

