หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เต่าบิน’ ชี้...

‘เต่าบิน’ ชี้รัฐเป็นหลักสำคัญขับเคลื่อนศก. แบบนิวแชปเตอร์ ย้ำต้องเข้าใจและเก่งจริง

25.05.22 | 15:57 น.

‘เต่าบิน’ ชี้รัฐเป็นหลักสำคัญขับเคลื่อน ศก. แบบนิว แชปเตอร์ ย้ำต้องเข้าใจและเก่งจริง

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2565 โดยประชาชาติธุรกิจ ได้จัดสัมมนาประจำปี ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 46 ภายใต้หัวข้อ “New Chapter เศรษฐกิจไทย” ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก (เพลินจิต)

นายพงษ์ชัย อมตานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในการเสวนาพิเศษภายใต้หัวข้อ New Chapter เศรษฐกิจไทย ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยต้องบอกว่า ภาครัฐมีความสำคัญมากในการเป็นหลักขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ออกมา หากพูดได้แต่ทำไม่ได้ ทุกอย่างก็จบอีก อาทิ สิงคโปร์ จะทำการส่งเสริมโครงการกลุ่มรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) ได้อำนวยความสะดวกการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศ ผ่านขั้นตอนการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (วันสต๊อปเซอร์วิส) ซึ่งหากเราต้องการให้มีสำนักงานใหญ่มาจัดตั้งในไทยบ้าง การให้บริการแบบวันสต๊อปเซอร์วิส และการเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดใจเหมือนสิงคโปร์ให้ ถามว่าประเทศไทยสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งถือเป็นความยากหากเราไม่ได้รัฐบาลที่เก่งและเข้าใจเศรษฐกิจจริงๆ

“การที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องคิดว่าตัวเองเป็นบริษัท ทำการขายสินค้าให้ได้มากกว่าการซื้อสินค้า เพราะเราไม่ได้ซื้อขายกันแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ซื้อขายกับต่างประเทศด้วย ตัวอย่างเหมือนจีน ที่เห็นจีนส่งออกสินค้ามากกว่านำเข้า รายได้จึงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงระบบราชการไทยจะต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่คือ ส่งเสริมเอกชนให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ไม่ใช่ใช้เวลาอนุมัติเอกสารเป็นเดือน และเอกสารก็ไม่ได้ถูกส่งพิจารณาแค่ขั้นตอนเดียวเท่านั้น” นายพงษ์ชัยกล่าว

นายพงษ์ชัยกล่าวว่า ประเทศไทยถือว่ามีต้นทุนดี อาทิ ธรรมชาติต่างๆ ทำให้หากเราสบายแบบนี้แล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ลงมาช่วยขับเคลื่อนให้เดินหน้าได้จริง เราจะต้องเหนื่อยแน่นอน แม้คงไม่ได้ถึงกับจนมากนักเพราะเราปลูกข้าวกินเองได้ โดยมองว่าเศรษฐกิจแบบนิว แชปเตอร์ จะสามารถเกิดขึ้นได้ ภาคเอกชนต้องขับเคลื่อนเพื่อเอาตัวรอดอยู่แล้ว แต่รัฐบาลก็ต้องพยายามช่วยในการขับเคลื่อนด้วย อาทิ การกำหนดหลักฐานหรือเอกสารของราชการ ต้องพิจารณาและอนุมัติภายใน 1 วัน แบบนี้จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้คณะที่แต่งตั้งขึ้นมาทำงานจะต้องเป็นนักทำงาน หรือเป็นนักปฏิบัติอย่างแท้จริง

นายพงษ์ชัยกล่าวว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจของบริษัท เดิมเป็นบริษัททำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมองภาพหากสู้กับภาวะปัจจุบัน อาทิ ส่งออกสู้กับจีน บริษัทตายแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจถูกดิสรัปชั่นอย่างต่อเนื่อง เปรียบเหมือนเป็นสตาร์ตอัพในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา อาทิ ผลิตตู้โทรศัพท์ โลกเปลี่ยนเป็นโทรศัพท์มือถือ ทำให้ถูกดิสรัปชั่นต่อเนื่อง จึงเปลี่ยนมาเป็นตู้บุญเติม ที่มีการทำธุรกิจมูลค่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี จากเดิมช่วงสูงสุด (พีก) 4 หมื่นล้านบาท ทำให้ธุรกิจเรายังอยู่ได้สบาย เพราะคนจนยังจนสม่ำเสมอ ช่องว่างของคนจนกับคนรวยกว้างมาก และกว้างขึ้นต่อเนื่อง การทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ไม่ได้มีทุกคน

Advertisement

นายพงษ์ชัยกล่าวว่า ต่อมาแตกไลน์ธุรกิจเป็นตู้เต่าบิน เพราะมองเห็นโอกาสที่สามารถทรานฟอร์มไปอนาคตแบบยั่งยืนได้ เพราะเรื่องอาหารและน้ำดื่ม จะอีก 10 ปี คนก็ยังบริโภคอย่างต่อเนื่อง บวกกับคู่แข่งยังไม่สามารถเข้ามายืนในจุดเดียวกันได้ เพราะต้นทุนของธุรกิจมีน้อย หากเทียบกับประเภทธุรกิจเดียวกัน อาทิ ตู้เต่าบิน 1 ตู้ มีต้นทุนรวมไม่เกิน 1 หมื่นบาท คำนวณจากยอดขายที่ 6 หมื่นบาทต่อตู้ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2565 จะขยายติดตั้งตู้เต่าบินเพิ่มประมาณ 5-6 พันตู้