หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าปลีกปตท. ท...

ค้าปลีกปตท. ทุ่ม 2 แสนล้าน ลุยธุรกิจใหม่ รับโลกหลังโควิด-วิกฤตพลังงาน

25.05.22 | 17:15 น.

ค้าปลีกปตท. ทุ่ม 2 แสนล้าน ลุยธุรกิจใหม่ รับโลกหลังโควิด-วิกฤตพลังงาน

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือโออาร์ ร่วมเสวนาหัวข้อ ‘New Chapter เศรษฐกิจไทย’ จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในข้างหน้ามีทั้งโอกาสและอุปสรรค ถ้ามองเฉพาะระบบเศรษฐกิจไทยพบว่าการเติบโตและฟื้นตัวหลังโควิดเป็นการเติบโตไม่เท่ากันหรือเรียกกว่าเคเชฟ กลุ่มธุรกิจรายเล็ก ทั้งร้านอาหารและการท่องเที่ยวจะมีการฟื้นตัวช้ากว่าด้านธุรกิจที่เน้นเรืองเทคโนโลยี

โดยปัจจุบันทั่วโลกรวมไทยเผชิญกับสภาวะโลกร้อน ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจข้างหน้ารวมถึงธุรกิจโออาร์ที่เผชิญความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย อย่างธุรกิจพลังงานและนำ้มันจากเดิมอยู่กับธุรกิจฟอสซิลจะเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้นหรือด้านรีเทล คาเฟ่อเมซอนยังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงจากโควิดพฤติกรรมคนและเทคโนโลยี ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อไปสู่ธุรกิจใหม่

  • ต้องปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่

“โออาร์จึงลุกขึ้นมาปฎิวัติตัวเองกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ ภายใช้ชื่อ Empowering all toward inclusive Growth หรือโออาร์เท่ากับโอกาส เป็นการสร้างโอกาส เติมเต็มโอกาสเพื่อการเติบโตร่วมกับสังคมชุมชน ทั้งไทยและต่างประเทศ ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และให้ทุกภาคส่วนที่ธุรกิจของโออาร์ไปตั้งอยู่ จะต้องทำให้ชุมชนเข้มแข็ง มีรายได้ ตั้งเป้าปี 2030 พัฒนา 15,000 ชุมชน หรือคน 12 ล้านชีวิต มีศักยภาพทางเศรษฐกิจดีขึ้น” น.ส.จิราพร กล่าว

น.ส.จิราพร ทั้งนี้การทำธุรกิจความสำเร็จในอดีตไม่ใช่สิ่งยืนยันความสำเร็จในอนาคตเสมอไป ในอดีตโออาร์ทำธุรกิจแบบ inside -Out โออาร์สร้างและส่งต่อผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งการทำธุรกิจนี้ใน 40 ปีที่ผ่านมา ทำให้ถึงปัจจุบันมีผู้แทนจำหน่ายและเฟรนไชส์หรือเอสเอ็มอี 13,000 ราย เกิดการจ้างงาน 145,000 ราย แต่มองว่าถ้าโออาร์ไปต่อแบบนี้เพียงรูปแบบเดียว จะไม่สอดคล้องกับเป้าหมายจึงเปลี่ยนและเพิ่มรูปแบบของวิถีธุรกิจใหม่เป็นOutside-in Growth เพราะมองว่าผู้ประกอบการรายอื่นไม่ว่าสตาร์ทอัพ วิสาหกิจ ผู้ประกอบการรายใหญ่ ทุกคนมีของดี จุดแข็งของตัวเอง

Advertisement

ขณะที่ โออาร์เป็นองค์กรบริษัทขนาดใหญ่ในอดีตทำงานแบบรัฐวิสาหกิจ แต่พอเป็นธุรกิจรีเทลรูปแบบการทำงานจะใกล้เอกชน จึงเปลี่ยนเป็นวิถีเป็นOutside-in Growth มีส่วนทำให้คนที่เป็นพาร์เนอร์ใช้แพลตฟอร์มและเติบโตร่วมกัน โดยมีเครื่องมือ Inclusive Growth Platform เพื่อรองรับการเติบโตร่วมกับพันธมิตรผ่านสถานีบริการน้ำมันพีพีทีสเตชั่น มีอยู่กว่า 2,600 แห่ง มีคนเข้าใช้บริการ 3.3 ล้านคนต่อวัน ในต่างประเทศมีสาขาในCLMVอีกจำนวนมาก ปัจจุบันมี 10 ประเทศ ที่ไปลงทุน และมีสถานีน้ำมัน 350 สาขา ขณะนี้วิกฤตน้ำมันใน สปป.ลาว โออาร์เป็นสถานีน้ำมันแห่งเดียวที่ยืนหยัดร่วมกับชาวสปป.ลาว แม้ว่าค่าเงินกีบอ่อนตัวอย่างแรงแต่เรายังเปิดให้บริการ

ส่วนดิจิทัลแพลตฟอร์ม มีสมาชิกบลูการ์ด 7.5 ล้านราย ตั้งเป้าปลายปี 2565 จะมีดิจิตอลแพลทฟอร์มเข้ามาใช้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์ตอบโจทย์ให้ผู้บริโภคได้ให้พาร์ทเนอร์เข้ามาใช้ประโยชน์ได้ จะเป็นอีกก้าวของการลงทุนไทยจะก้าวมาสู่ New chapter Thailand

  • ทุ่มลงทุน 2 แสนล้าน ผ่าน 4 ด้านดันธุรกิจโต

น.ส.จิราพรกล่าวว่า โออาร์ตั้งเป้าเติบโตของธุรกิจภายในปี 2030 ผ่านกลยุทธ์ 4 ด้าน 1.Seemless Mobility ในเรื่องพลังงานสะอาดจะเกิดการเปลี่ยนผ่านไร้รอยต่อ โดยตั้งเป้าในปี 2030 จะมีสถานีชาร์จ 7,000 แห่งทั่วประเทศ จากปัจจุบันมี 106 แห่ง และขยายเป็น 450 แห่งในสิ้นปีนี้ รองรับเทรนด์รถอีวี และพัฒนาแอพพ์ “PTT Station PluZ”

2. All Lifestyles สร้างทางเลือกการดำเนินชีวิตครบวงจรตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ในธุรกิจกลุ่ม Non-oil และธุรกิจของโออาร์ เช่นคาเฟ่ อเมซอน โดยสิ้นปีนี้จะแอพพ์ให้บริการ

3. Global Market คือ การลงทุนร่วมกับพันธมิตรในต่างประเทศ สร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นให้ แบรนด์ไทยสู่แบรนด์โลก เกิด Win-win Situation และ 4. OR Innovation การแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับสู่นวัตกรรมใหม่ ด้านอินโนเวชั่นและกลุ่มสตาร์ทอัพ ผ่าน ORZON Ventures

“ทั้งหมดอยู่ในแผนการการลงทุนถึงปี 2030 ใช้เงินลงทุน 2 แสนล้านบาทของโออาร์ โดยตั้งเป้ามีกำไรจากการดำเนินงาน ก้าวกระโดดเป็น 40,000 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจค้าปลีกจะขึ้นมาทำกำไรถึง 50% และอนาคตพอร์ตของ OR (Oil and Retail) จะเปลี่ยนเป็น RO (Retail and Oil) นี้คือความหวังของการนำไปสู่นิวแชปเตอร์เศรษฐกิจไทย และยังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์ โดยโออาร์จะเป็นองค์กรต้นแบบแห่งศตวรรษ 21 ทุกอย่างมีทั้งโอกาสและอุปสรรค นับจากนี้ไปเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในระดับที่แตกต่างกัน ความสำเร็จในอดีตไม่ใช่สิ่งยืนยันความสำเร็จในอนาคต” น.ส.จิราพร กล่าว