หน้าแรก เศรษฐกิจ สิงห์เอสเตท ร...

สิงห์เอสเตท รุกบ้านไฮเอนด์ ทุ่ม 3.5 หมื่นล้าน สร้างรายได้หมื่นล้านใน 5 ปี

25.05.22 | 19:06 น.

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ตั้งแต่ปีก่อน โดยทำการขายบริษัทย่อย ซึ่งทำหน้าที่พัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลักออกไป เพื่อปลดล็อกให้ สิงห์ เอสเตท เป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในเครือเองทั้งหมด พร้อมกับพัฒนากลยุทธ์การขยายธุรกิจที่เข้มแข็ง และเดินหน้าพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์อย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่เป้าหมาย 10,000 ล้านบาท ในปี 2569 โดยวางสัดส่วนโครงการอสังหาฯ แนวราบต่อแนวสูงที่ 75% และ 25% ตามลำดับ สำหรับปี 2565 ยอดโอนกรรมสิทธิ์จะมาจากโครงการที่พัฒนาโดย สิงห์ เอสเตท มั่นใจสามารถรักษาระดับและสร้างการเติบโตในส่วนของรายรับจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการบริการการลงทุนโครงการ แผนการตลาดอย่างรัดกุม และรับรู้รายได้โครงการระดับแฟล็กชิปต่างๆ

ทั้งนี้ ปี 2565 สิงห์ เอสเตท สามารถรับรู้รายได้ของโครงการบ้านแนวราบ “สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” ซึ่งมีมูลค่าแบ๊กล็อกอยู่ที่ 2,600 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ 70% ในปีนี้ รวมไปถึงการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดพร้อมอยู่ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ และดิ เอส อโศก และยังสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนต่างๆ ด้วย

“จากสัญญาณบวกของตลาด และความสามารถในการรับรู้รายได้ในปีนี้ ทำให้คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตด้านรายได้เพิ่มขึ้น 50% ในปีนี้ และสร้างการเติบโตสู่เป้าหมายรายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้ากว่า 1 หมื่นล้านบาท หรือขยายการเติบโตเฉลี่ยตลอด 5 ปี ประมาณ 27% ต่อปี พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจที่พักอาศัยระดับบน” นางฐิติมากล่าว

นางฐิติมากล่าวต่อว่า มีแผนเปิดโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่อง อาทิ โครงการบ้านแนวราบ ครึ่งหลังปีนี้ มูลค่า 2,900 ล้านบาท ขณะที่โครงการอื่นๆ จะทำการทยอยเปิดตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป โดยเราวางงบลงทุนเพื่อซื้อและพัฒนาที่ดินสำหรับธุรกิจที่อยู่อาศัยเอาไว้ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท หรือประมาณ 65% ของเงินลงทุนในระยะเวลาห้าปีทั้งหมดของบริษัท โดยปัจจุบันได้ทำการซื้อและวางเงินมัดจำที่ดินไปแล้วหลายแปลง จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนทำเลที่มีศักยภาพ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าระดับบนได้ตามแผนการที่วางไว้ นอกจากนี้ เรายังเล็งเห็นว่ากลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัยเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในพอร์ตโฟลิโอของสิงห์ เอสเตทที่มีศักยภาพสูง และจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนของบริษัทต่อไป