จุรินทร์ ส่งออกไทยฝ่า 3 วิกฤตซ้อน เม.ย. ยังบวกเกือบ 10% คาดทั้งปี 65 ดีกว่าเป้า 5%
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือน เมษายน 2565 แม้เจอหลายวิกฤตซ้อนกันทั้งโควิด เศรษฐกิจ สงครามการค้า และรัสเซีย-ยูเครน แต่การส่งออกไทยยังบวก 9.9% คิดเป็นมูลค่า 782,146 ล้านบาท ส่งให้ส่งออก 4 เดือนแรก 2565 บวก 13.7% และมีมูลค่า 3.183 ล้านล้านบาท โดยการขยายตัวของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรม
สำหรับกลุ่มสินค้าเกษตรขยายตัว 3% ขยายตัว 2 เดือนต่อเนื่อง มูลค่า 83,396 ล้านบาท สินค้าขยายตัวสูง อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง +49.5% มูลค่า 16,742 ล้านบาท ตลาดส่งออกหลักคือ จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวันและสหรัฐ ข้าว บวก 44% มูลค่า 9,978 ล้านบาท ตลาดหลักคือสหรัฐ อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน เซเนกัลและโมซัมบิก โดยข้าวหอมมะลิบวก 102.3% ข้าวนึ่ง บวก 45.3% ปลายข้าว บวก 27.9% ข้าวขาว บวก 14.5% ข้าวเหนียว บวก 11.9% แนวโน้มการส่งข้าวปีนี้จะเกินเป้าตั้งไว้ 6.1 ล้านตัน คาดแนวโน้มจะถึง 7-8 ล้านตัน ส่วนส่งออกเงาะสด บวก 240% มังคุดสด บวก 95.8% มะม่วงสด บวก 14% เป็นต้น
ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร บวก 22.8% คิดเป็น 64,374 ล้านบาท สินค้าหลักคือ น้ำตาลทราย บวก 87.9% มูลค่า 8,497 ล้านบาท อาหารสัตว์เลี้ยงขยายตัวต่อเนื่อง 32 เดือน บวก 24.7% มูลค่า 7,863 ล้านบาท อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป บวก 8.9% มูลค่า 10,697 ล้านบาท ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 14 เดือนต่อเนื่อง เดือนเมษายน บวก 8.3% มูลค่า 597,288 ล้านบาท สินค้าหลัก อาทิ ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม บวก 17 เดือนต่อเนื่องเมษายนบวก 53.2% มูลค่า 9,474 ล้านบาท อัญมณีและเครื่องประดับ บวก 14 เดือนต่อเนื่อง เมษายนบวก 48.5% มูลค่า 21,557 ล้านบาท เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ บวก 17 เดือนต่อเนื่อง เมษายนบวก 25.6% มูลค่า 21,132 ล้านบาท และแผงวงจรไฟฟ้า บวก17 เดือนต่อเนื่อง เมษายนบวก 15.3% ทำเงินเข้าประเทศ 24,411 ล้านบาท
ในแง่ตลาดส่งออกที่ขยายตัวสูง 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.สวิตเซอร์แลนด์ บวก 392.2% 2.เอเชียใต้ บวก 33.9% 3.อาเซียน(5) บวก 26.9% 4.ตะวันออกกลาง บวก 25.4% 5.แคนาดา บวก 22.5% 6.ไต้หวัน บวก 19.3% 7.แอฟริกา บวก 14.9% 8.สหรัฐฯ บวก 13.6% 9.เกาหลีใต้ บวก 11.5% 10.ฮ่องกง บวก 10.6% ดังนั้น มั่นใจส่งออกไทยทั้งปีนี้โตเกินเป้าตั้งไว้ 5% หรือมูลค่า 1,082,897 ล้านบาท

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปัจจัยที่เป็นบวกสำหรับการส่งออกเดือนเมษายนและในอนาคต มีหลายปัจจัย เช่น 1. การเร่งรัดการส่งเสริมการส่งออกข้าวโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ทูตพาณิชย์ได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะร้านอาหารไทยในต่างประเทศให้หันมาใช้ข้าวหอมมะลิมากขึ้น และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ได้รับเครื่องหมาย GI ของสหภาพยุโรปกลายเป็นจุดขายสำคัญ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเร่งรัดการเจรจาส่งออกข้าวเป็นกำลังเสริมสำคัญหนุนการส่งออก
2.การขยายความร่วมมือกับตลาดใหม่ เช่น ภูฏานมุ่งเน้นสมุนไพรไทยและยาแผนโบราณ 3.การลงนาม Mini-FTA เช่น กับอินเดีย รัฐเตลังคานา กับจีนมณฑลไห่หนานและกานซู่ มีผลในการกระตุ้นการส่งออกในอนาคตได้ 4. การประชุม JTC ไทย-เวียดนาด ล่าสุดที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ช่วยให้การส่งผลไม้ผ่านแดนจากเวียดนามไปจีนคล่องตัวขึ้นในอนาคต และขอให้เวียดนามยกเลิกระงับทฝการนำเข้าไก่ เงาะและมะม่วง ถ้าสำเร็จจะช่วยเสริมตัวเลขส่งออกได้มากขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ในตลาดเวียดนาม
5.การเจรจาระดับทวิภาคีเพื่อการส่งออกเช่น กับเปรูและฮ่องกง ที่จะช่วยนำเข้าข้าวพรีเมี่ยมจากไทยมากขึ้น กับเวียดนามมองโกเลีย จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญสำหรับการส่งออกในอนาคต 6. การส่งเสริมการส่งออกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์รวมทั้งทำOBM จับคู่ธุรกิจออนไลน์ จะมีส่วนสำคัญด้านตัวเลขการส่งออกและจะทำต่อเนื่อง 7. ภาคการผลิตโลกในภาพรวมยังขยายตัว ดัชนี PMI (Purchasing Managers Index หรือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ยังอยู่ในระดับเหนือ 50 ต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 22 ถือเป็นสัญญาณบวกที่จะนำเข้าสินค้าจากไทย เพื่อใช้ในการผลิตมากขึ้น ประการที่แปด ค่าเงินบาทยังอ่อนค่า มีส่วนช่วยเสริมให้ตัวเลขการส่งออกดีขึ้น
นางจุรินทร์ กล่าวว่า เฉพาะการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน 4 เดือนแรก 2565 มูลค่ารวม 313,882 ล้านบาท ติดลบ 0.04% แต่เป้าของการส่งออกผ่านการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนตั้งเป้าเป็นบวก 5% และมีมูลค่า 1,082,897 ล้านบาท ซึ่ง 4 เดือนแรก 2565 ทำได้แล้ว 313,882 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 30% เหลือเวลาอีก 8 เดือน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะทำได้ตามเป้า โดยภาพรวมการค้าชายแดนยังเป็นบวกเกือบทุกประเทศ เฉพาะเดือนเมษายน กัมพูชา บวก 31.36% เมียนมาบวก16% สปป.ลาวบวก 5.77% ทำให้ภาพรวมการค้าชายแดน 4 เดือนแรก 2565 ขยายตัว 17.5% ในส่วนเวียดนามกับจีนตัวเลขติดลบ เฉพาะเดือนเมษายนส่งออกไปจีนการค้าผ่านแดนทางบก ลบ 45% เวียดนาม ลบ 24.73% เพราะเวลาส่งสินค้าไปจีนต้องผ่านเวียดนามจึงติดลบไปด้วยกัน
เพราะไทยต้องหันไปส่งออกทางเรือและทางอากาศมากขึ้น การส่งออกทางบกลดลง เนื่องจากนโยบายซีโร่โควิดของจีนและการปิดด่านเพราะโควิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาได้ดีทั้งเชิงรุกและเชิงลึก ทำให้ภาพรวมเป็นบวก 13.7% นำเงินเข้าประเทศ 3.183 ล้านล้านบาท เช่น การส่งออกผลไม้ไปจีน แก้ปัญหาเชิงรุกและเชิงลึกรวดเร็ว การส่งผลไม้ไปจีนทางบก เดิมส่งทางบก 48% เดือน เมษายน ลดเหลือ 27.5% ทำให้ตัวเลขการค้าข้ามแดนไปจีนลดลง แต่เราไปเพิ่มทางเรือจากเดิม 52% เป็น 68% และทางอากาศจาก 0.5% เพิ่มเป็น 4.6% ทำให้ตัวเลขการส่งออกเดือนเมษายนยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง
นายจุรินทร์ กล่าวถึงประเด็น Food protectionism ที่มีหลายประเทศมีปัญหาอยู่ขณะนี้ นั้น สำหรับประเทศไทยยังไม่ได้เป็นปัญหา เนื่องจากสิ่งที่ประเทศต้นทางส่งออกไม่ใช่สินค้าที่เรานำเข้าในปริมาณที่มากนัก ไม่มีนัยยะสำคัญ แต่ขณะเดียวกันที่บางประเทศไม่สามารถส่งออกอาหารได้จากการเกิด food protectionism จะส่งผลดีกับประเทศไทย ที่เป็น hub of kitchen ทำให้เราส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า ที่คู่แข่งจากประเทศอื่นประสบปัญหาส่งออกไม่ได้ สำหรับกรณีส่งออกข้าวของอินเดียและเวียดนามมีแนวโน้มลดลงแล้ว นั้น ตนได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการประเมิน สินค้าแต่ละตัวว่ามีสินค้าตัวไหนบ้างต้องลงไปจับตามอง ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ แต่ในภาพรวมยังไม่มีสินค้าตัวไหนที่น่าเป็นห่วงหรือเป็นปัญหา แต่หากมองลึกลงไปในแต่ละชนิดย่อย เป็นเรื่องของแต่ละกระทรวงที่ต้องเข้าไปดูในรายละเอียด เช่นกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง

