หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีแทค ประกาศจ...

ดีแทค ประกาศจุดยืน พร้อมใช้พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลบุคคลฯ ชูนโยบายภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน-ธรรมาภิบาล

30.05.22 | 13:13 น.

นายสตีเฟ่น เจมส์ แฮลวิก รักษาการรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า จากหลักการรักษาสิทธิมนุษยชนสู่นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดีแทคมีจุดยืนในการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคม มีหน้าที่สำคัญในการเคารพในหลักความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการแสดงออก อีกทั้ง สนับสนุนและยินดีปฏิบัติตามอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค ธุรกิจ และสังคมส่วนรวม โดยความเชื่อมั่นลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินกิจการ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ยุคแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) อินเตอร์เน็ตสรรพสิ่ง (ไอโอที) และ 5G จะทำให้เกิดและต้องการใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลในการส่งมอบคุณค่าลูกค้า ดังนั้น ความโปร่งใสจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นเกิดขึ้น

นายสตีเฟ่นกล่าวว่า ได้นำนโยบายสู่แนวปฏิบัติและวัฒนธรรมองค์กรได้พัฒนาสินค้าและบริการโดยยึดหลักความเป็นส่วนตัวเป็นสำคัญ เพื่อส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ ปลอดภัย และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ซึ่งกระบวนการจัดการกับข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ ดีแทคจะดำเนินการ 3 ด้าน คือ1.การเก็บรวบรวม จัดเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อการให้บริการ ทั้งข้อมูลที่ระบุตัวตนทางตรง และทางอ้อม 2.ใช้ มีการใช้ข้อมูลตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง เพื่อนำเสนอสิทธิประโยชน์สินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด และ 3.เปิดเผย เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการดูแลคุ้มครองข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดโดยกระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาล และขั้นตอนการบริหารจัดการ ดังนี้

นายสตีเฟ่น กล่าวว่า 1.การทำงานเชิงรุก มีการวางแนวทางในการใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อให้เป็นไปตามเจตจำนงค์ตามที่ลูกค้าได้อนุญาตผ่าน Privacy Checkpoint ซึ่งเป็นโครงสร้างการทำงานเพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงอันเกิดจากการละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูกค้าโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ โดยผู้แสดงความจำนงค์ต้องการใช้ข้อมูลลูกค้า เช่น ทีมพัฒนาแอปพลิเคชัน ทีมบริหารคุณค่าลูกค้า ระเบียบการปฎิบัติการในส่วนต่างๆ จะต้องแจ้งความจำนงค์มายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy Officer: DPO) ของบริษัทเพื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย และความจำเป็นของการใช้ข้อมูล อีกทั้ง ยังต้องมีการประเมินความปลอดภัยข้อมูลทางด้านเทคนิค ซึ่งกำกับโดยทีมเทคโนโลยี จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและอนุมัติโดยคณะกรรมการการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองส่วนบุคคล (DPIA) ของบริษัท นอกจากนี้ ได้กำหนดโครงสร้างการทำงานของ DPO ให้เป็นอิสระ สามารถรายงานการทำงานแก้คณะผู้บริหารได้โดยตรง เพื่อให้ความคิดเห็นของ DPO คงไว้ซึ่งหลักการความเป็นส่วนตัวและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของ DPO

นายสตีเฟ่น กล่าวว่า 2.การตรวจสอบ เพื่อลดความเสี่ยงการละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูล พนักงานด่านหน้าที่มีเกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้าจะต้องมีการทำประเมินอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นส่งผลการประเมินมายัง DPO นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบรายไตรมาสจากทั้งคณะกรรมการภายในและภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปรับใช้นโยบายสู่แนวปฏิบัติอย่างถูกต้อง และ3.การแก้ไข เมื่อตรวจสอบพบการละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูล DPO มีหน้าที่ในการ ประสานงานผู้เกี่ยวข้อง เพื่อระงับ จัดการประเมิน ความเสียหาย กำหนดแนวทางการแก้ไข รวมถึงถ้าเหตุละเมิดดังกล่าวมีผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล จะต้องมีการแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลรับทราบและแก้ไข

“ดีแทคมีความพร้อมต่อการปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยได้พัฒนาเป็นนโยบายและแนวทางการทำงาน ตลอดจนบังคับใช้เป็นการภายในมาแล้วกว่า 2 ปี มีการอบรมและสร้างการรับรู้กับพนักงานต่อนโยบายความเป็นส่วนตัวแล้ว 100%” นายสตีเฟ่น กล่าว

Advertisement