หน้าแรก เศรษฐกิจ สบน. รับดอกเบ...

สบน. รับดอกเบี้ยขาขึ้น กระทบต้นทุนเงินกู้รัฐบาล ยันเตรียมพร้อมรองรับไว้แล้ว

30.05.22 | 14:35 น.

สบน. รับดอกเบี้ยขาขึ้นกระทบต้นทุนเงินกู้ รบ. ยันเตรียมพร้อมรองรับไว้แล้ว ส่วนเงินกู้กองทุนน้ำมัน หากยังไม่กู้ไม่นับเป็นหนี้สาธารณะ

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สำหรับปีงบประมาณ 2565 สบน.จะออกพันธบัตร รุ่นออมเพิ่มสุข วงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท เป็นพันธบัตรล็อตสุดท้าย ทั้งนี้ ภายในปีงบประมาณ 2565 ออกพันธบัตรออมทรัพย์รวมเป็นวงเงิน 1.65 แสนล้านบาท ถือเป็นวงเงินที่ออกมากที่สุด ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมอีก 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากความต้องการของประชาชนที่มีมาก

นางแพตริเซียกล่าวว่า สำหรับทิศทางดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการกู้เงินในอนาคตของรัฐบาลจะมีต้นทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา สบน.ได้ปรับตัวเพื่อรองรับกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น โดยเปลี่ยนการกู้เงินจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวมาเป็นดอกเบี้ยคงที่มากขึ้น ปัจจุบันมีพอร์ตเงินกู้รวมมีต้นทุนดอกเบี้ยคงที่กว่า 80% และมีต้นทุนเฉลี่ยที่ประมาณ 2.3% ต่อปี

“ดอกเบี้ยขาขึ้นเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็เตรียมตัวค่อนข้างเยอะ จะเห็นได้ว่าในปีงบประมาณนี้ เราพยายามเปลี่ยนการกู้เงินจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวมาเป็นคงที่มากขึ้น จะเห็นว่าปีงบ 2565 นี้ เราวางพันธบัตรรัฐบาลไว้ถึง 1.1 -1.3 ล้านล้านบาท นั่นคือ เราพยายามจะแปลงจากดอกเบี้ยลอยตัวมาเป็นคงที่ เป็นการวางแผนเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า” นางแพตริเซียกล่าว

อย่างไรก็ดี เมื่อเราปรับพอร์ตเงินกู้เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่มากขึ้น ฉะนั้น เราก็สามารถล็อกต้นทุนได้ระดับหนึ่ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพันธบัตรรัฐบาลไม่ได้เป็นเครื่องมือเดียวที่เราใช้ เราต้องใช้เครื่องมือสั้นด้วย ซึ่งจะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ฉะนั้น ต้นทุนก็ต้องสูงขึ้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเป็นเหตุการณ์ทั่วโลก ก็ต้องรับกันไป

Advertisement

ส่วนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจะกระทบต่อต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลหรือไม่นั้น เนื่องจากเรามีเงินกู้ต่างประเทศน้อยมาก หรือไม่ถึง 2% ของพอร์ตรวม และเงินกู้ต่างประเทศเราก็ได้สวอปและทยอยสวอปมาเป็นเงินบาท ฉะนั้น ก็จะปรับเพื่อรับความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยด้วย ส่วนผลกระทบจากเงินเฟ้อนั้น ก็ต้องปล่อยไป ถ้าดอกเบี้ยต้องขึ้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระทบต่อการกู้เงินของรัฐบาลในระยะต่อไป

สำหรับแผนการกู้เงินของกองทุนน้ำมัน ตามที่ ครม.ได้อนุมัติให้กู้ไม่เกินวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกภายในประเทศนั้น สบน.ได้นำวงเงินดังกล่าวเข้าอยู่ในแผนการก่อหนี้แล้ว แต่หากยังไม่ได้ดำเนินการกู้หนี้ก้อนนี้ก็ยังไม่เป็นหนี้สาธารณะ

ทั้งนี้ ณ มีนาคมนี้ รัฐบาลมีหนี้สาธารณะรวม 9.95 ล้านล้านบาท คิดเป็น 60.58% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ซึ่งหากรัฐบาลได้กู้ตามแผนที่ตั้งไว้ หนี้สาธารณะภายในปีงบประมาณนี้ จะอยู่ที่ 61.46% สำหรับในปีงบประมาณ 2566 คาดว่าระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาล จะขึ้นไปอยู่ที่ 62.47% จากการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล และการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลค้ำประกัน