หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้า ดันไทยฮ...

หอค้า ดันไทยฮับท่องเที่ยวเรือสำราญเอเชีย ธุรกิจชี้ทั่วโลกนิยม ลั่น4ปีพุ่งอีก2-3เท่

31.05.22 | 13:54 น.
Cruise ship at harbor. Aerial view of beautiful large ships and boats at sunrise. Landscape with boats in harbour, city, mountains, blue sea. Top view of yacht. Luxury cruise. Floating liner in port

นายวัฒนา โชคสุวณิช กรรมการคณะกรรมการการท่องเที่ยวคุณภาพสูง หอการค้าไทย และนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจเรือสำราญไทย กล่าวในสัมมนาออนไลน์ เรื่อง การท่องเที่ยวเรือสำราญโอกาสและความพร้อมของไทยในมุมมองผู้ประกอบการเรือสำราญนานาชาติ ที่มีธุรกิจเรือสำราญและธุรกิจห่วงโซ่ธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศมาแชร์ความคิดเห็นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเรือสำราญของเอเชีย ว่า เป็นโอกาสที่จะมาแลกเปลี่ยนความเห็นถึงความพร้อมและโอกาสของประเทศไทย ในการขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญของเอเชีย อาทิ การพัฒนาท่าเรือต้นทาง (Home Port) การเลือกที่ตั้งของท่าเรือต้นทาง การกำหนดขนาดของท่าเรือและอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเมืองท่าต้นทางต้องมีอัตลักษณ์มีความโดดเด่น สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด และต้องการผู้ที่มีความรู้จริง มีประสบการณ์ในการพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญมาอย่างมากมายเพื่อให้ท่าเรือสำราญของไทยสามารถรองรับเรือสำราญทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างน้อยอีก 10-20 ปี

นายวัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับการท่องเที่ยวเรือสำราญในประเทศไทย นั้น จังหวัดภูเก็ต มีเรือสำราญเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 200 เที่ยวเรือ ในปี 2561 เป็นลำดับที่ 7 ขณะที่ภูเก็ตยังไม่มีท่าเทียบเรือสำราญและอาคารผู้โดยสารที่ได้มาตรฐานเลยก็ตาม ดังนั้นการสร้างท่าเรือสำราญที่พัทยาจะทำให้การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในกรุงเทพได้อย่างรวดเร็วและได้สะดวกมากยิ่งขึ้น จากรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากโครงสร้างพื้นฐานด้าน การขนส่งที่รัฐบาลได้วางเอาไว้แล้ว ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 3 ของประเทศที่มีเรือสำราญเข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุดของเอเชีย ทำให้เห็นได้ว่าเมืองท่าเรือสำราญของไทยได้รับความสนใจและการยอมรับจากสายเรือสำราญอยู่แล้ว การสร้างความร่วมมือกับสายการเดินเรือสำราญในการพัฒนาเมืองท่าเรือสำราญจะทำให้ ประเทศไทยสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดมากยิ่งขึ้น นำรายได้จากการท่องเที่ยวที่ได้จากปริมาณและคุณภาพของนักท่องเที่ยวเรือสำราญ บรรลุเป้าหมายในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือระหว่างปี 2561-2580 ได้อย่างเป็นจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแลกเปลี่ยนช่วงสัมมนาผู้บริหารสานเรือสำราญระดับโลกให้ความเห็นตรงกันว่าธุรกิจเรือสำราญ เริ่มฟื้นตัว หลายบริษัทหลายประเทศกลับมาให้บริการอีกครั้ง โดยเริ่มจากยุโรป สหรัฐอเมริกา ล่าสุดเรือออกจากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยผู้ประกอบการทั่วโลกประเมินว่าธุรกิจเรือสำราญจะฟื้นเต็มตัวในปี 2566 และกลับมาขยายตัวมากกว่าปี 2562 ที่เริ่มเกิดโควิดระบาด หรือขยายตัวอีก 2-3 เท่าตัวภายในปี 2569 เนื่องจากเรือสำราญทั่วโลกมีการขยายขนาดเรือเพื่อเพิ่มผู้โดยสาร ที่กำลังต่อเรือที่สามารถบรรจุคนได้ถึง 6,780 คน และการเปิดท่าเรือใหม่ๆ รวมถึงในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ได้รับความสนใจในการลงทุนทางทะเลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา สตูล สุราษฎร์ธานี และชลบุรี
ทั้งนี้ นักธุรกิจผู้มีประสบการณ์ตรงในการบริหารสายเรือสำราญระดับโลก อาทิ Carnival Cruise Line Royal Caribbean Cruise Line ซึ่งเป็นสมาคมเรือสำราญนานาชาติที่มีสายเรือสำราญเป็นสมาชิกมากกว่า 90% และ”CLIA” ผู้บริหารท่าเรือสำราญ Marina Bay Cruise Centre “MBSCC” จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสถาปนิกที่พัฒนาโครงการท่าเรือสำราญสำคัญๆ มาแล้วเกือบทั่วโลก และ Bermello Ajamil “BA” รวมทั้ง Regional Director จากบริษัท Destination Asia ซึ่งเป็นตัวแทนการท่องเที่ยวเรือสำราญในหลายประเทศ