หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดตัวรถเมล์...

เปิดตัวรถเมล์ไฟฟ้าต้นแบบ 4 คัน ดัดแปลงจากรถเมล์เก่า ขสมก. ชี้หนุนต้นทุนนำเข้าต่ำกว่า 30%

31.05.22 | 18:04 น.

เปิดตัวรถเมล์ไฟฟ้าต้นแบบ 4 คัน ดัดแปลงจากรถเมล์เก่า ขสมก. ชี้หนุนต้นทุนนำเข้าต่ำกว่า 30%

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม​ ที่สำนักงานใหญ่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) น.ส.พัชรินรุจา จันทโรนานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดตัวและส่งมอบผลงานโครงการการพัฒนาต้นแบบอุตสาหกรรมการผลิตรถโดยสารไฟฟ้า ภายใต้โครงการพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าที่พัฒนาจากรถโดยสารประจำทางใช้แล้ว ขสมก. (City transit E-buses) โดยภาคีเครือข่ายพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าไทย

นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปียานยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ในการลดต้นทุนด้านพลังงาน ที่สําคัญคือการลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถโดยสาร สาธารณะถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าลงทุนและน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้าระดับอุตสาหกรรม จึงถูกพัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือ (Consortium) ภาคีเครือข่ายพัฒนาอุตสาหกรรมรถโดยสารไฟฟ้าไทย ที่ดําเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย ประกอบไปด้วยสมาชิกจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์ สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร กรมการขนส่งทางบก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) บริษัทเอกชน ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

ทั้งนี้ สวทช.ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 57 ล้านบาท ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สนับสนุนงบประมาณหน่วยงานละ 11 ล้านบาท รวมเป็น 33 ล้านบาท สวทช. สนับสนุนงบประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้า และดำเนินการวิจัย รวมทั้งบริษัทเอกชนที่ผลิตรถโดยสารทั้ง 4 คัน ได้สนับสนุนงบประมาณคันละ 3.5 ล้านบาท รวมเป็น 14 ล้านบาท ขณะที่ ขสมก. ได้สนับสนุนรถโดยสารที่ปลดระวาง ที่มีอายุการใช้งานกว่า 20 ปี

Advertisement

สำหรับการนํามาปรับปรุงและพัฒนาเป็นรถโดยสารไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ลด ต้นทุนการนําเข้าหรือผลิตรถโดยสารไฟฟ้าใหม่ ด้วยมูลค่าสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนจากในประเทศมากกว่า 40% และมีต้นทุนต่ำกว่าการผลิตและนําเข้ารถโดยสารไฟฟ้าใหม่มากกว่า 30% หรือประมาณ 7 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งถ้านำเข้ารถโดยสารไฟฟ้าจากต่างประเทศจะมีต้นทุนคันละ 10-12 ล้านบาท สำหรับภาคเอกชนร่วมพัฒนารถโดยสารใช้แล้วของ ขสมก. เป็นรถโดยสาร ไฟฟ้า ก่อนส่งมอบให้กับหน่วยงานผู้สนับสนุน กฟน. กฟภ. กฟผ. และ ขสมก. นําไปใช้งานจริง ประกอบด้วย 1.บริษัท โชคนําชัย-ไฮเทคเพลสซิ่ง จํากัด พัฒนารถโดยสารไฟฟ้า (CNC EV BUS) สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ 40% ที่มุ่งเน้นการพัฒนาตัวถังจากวัสดุน้ำหนักเบา ด้วยตัวถังอลูมิเนียม ลดน้ำหนักตัวถังเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ เพื่อส่งมอบให้กับ กฟน. 2.บริษัท พานทอง กลการ จํากัด พัฒนารถโดยสารไฟฟ้า (PTM EV BUS) สัดส่วนการใช้ ชิ้นส่วนภายในประเทศ 60% โดยมีความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตและจําหน่ายชุดแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนภายในประเทศ เพื่อส่งมอบให้กับ กฟผ.

3.บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) พัฒนารถโดยสารไฟฟ้า (EVT EV BUS) สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ 40% มีจุดเด่นที่ใช้ชิ้นส่วนสําคัญจากผู้ผลิตชั้นนําจากต่างประเทศโดยตรง ทําให้มีความเชื่อมั่นในการใช้งานและรับประกัน เพื่อส่งมอบให้กับ กฟภ. และ 4.บริษัท สบายมอเตอร์ (ไทยแลนด์) จํากัด พัฒนา รถโดยสารไฟฟ้า (SMT EV BUS) ที่มีจุดเด่นในความเชี่ยวชาญด้านวิศกรรมการออกแบบระบบ ขับเคลื่อน จากประสบการณ์พัฒนารถโดยสารไฟฟ้าและทดสอบใช้งานบนสภาวะการขับขี่จริง บนระยะทางกว่า 25,000 กิโลเมตร เพื่อส่งมอบให้กับ ขสมก.

ด้าน นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับมอบรถเมล์ไฟฟ้าแล้ว ขสมก.จะนำไปจดทะเบียนตามกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนดให้เรียบร้อย จากนั้นจะนำมาวิ่งให้บริการในเส้นทางเดินรถของ ขสมก. ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำแผนว่าจะนำไปให้บริการในเส้นทางไหน โดยจะคลอบคุลมทั้งเส้นทางในเมืองและนอกเมือง สำหรับรถโดยสารไฟฟ้าที่ได้รับมอบนี้ตามโครงการวิจัยจะสามารถใช้งานได้ 5-10 ปี