‘ททท.’ รุกโรดโชว์ปลุกตลาดยุโรป ตั้งเป้าดึงเที่ยวไทย 2.5 ล้านคน ปั๊มรายได้ 2 แสนลบ.
นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากประเทศไทยเดินหน้าเปิดประเทศท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ก็มีความจำเป็นในการทำตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยได้เดินหน้าจัดโรดโชว์ในตลาดยุโรป 3 ประเทศหลัก ได้แก่ ฝรั่งเศส เนเธอแลนด์ และเบลเยียม ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2565 เพราะเป็นเมืองที่มีผู้ซื้อมาก ซึ่งการโรดโชว์ครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญสูง เพราะเป็นโรดโชว์ครั้งแรกในยุโรป นับตั้งแต่เกิดการระบาดโควิด-19 เมื่อปี 2562 หรือในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายในปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเข้ามาเที่ยวไทย จำนวน 2.5 ล้านคน สร้างรายได้รวมที่ 2 แสนล้านบาท หากเทียบกับปี 2562 ที่มีนักท่องเที่ยวยุโรปมาไทย 8.2 ล้านคน สร้างรายได้ 5 แสนล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวต่อทริป อยู่ที่ 7 หมื่นบาท สูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ที่อยู่ประมาณ 6 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป
นายฉัททันต์กล่าวว่า ททท.นำคณะเอกชนไทย 13 ราย ได้แก่ โรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ และบริษัทนำเที่ยว ออกโรดโชว์ในยุโรป โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจาก 3 ประเทศนี้มาท่องเที่ยวไทยภายในปี 2565 อยู่ที่ 478,000 คน สร้างรายได้เข้าประเทศ 34,800 ล้านบาท โดยแยกเป้าหมายเป็นรายประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส 300,000 คน สร้างรายได้ 21,000 ล้านบาท เนเธอร์แลนด์ 120,000 คน สร้างรายได้ 9,600 ล้านบาท และเบลเยียม 58,000 คน สร้างรายได้ 4,200 ล้านบาท เมื่อเทียบจากปี 2562 มีนักท่องเที่ยวฝรั่งเศส 710,000 คน สร้างรายได้ 42,000 ล้านบาท เนเธอร์แลนด์ 230,000 คน สร้างรายได้ 16,000 ล้านบาท และเบลเยียม 110,000 คน สร้างรายได้ 7,300 ล้านบาท
นายฉัททันต์กล่าวว่า เป้าหมายของการเดินทางโรดโชว์ในครั้งนี้ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจาก 3 ประเทศ เดินทางท่องเที่ยวในไทยช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี 2565 หรือตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางในช่วงนี้ด้วย เนื่องจากขณะนี้เริ่มเห็นผลของการผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศไทย ทำให้ได้รับความสนใจจากบริษัทท่องเที่ยวของยุโรปอย่างมาก เพราะชาวยุโรปถูกล็อกดาวน์มา 2 ปี จึงมีความต้องการออกเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศสูงมาก โดยนับเฉพาะที่มีการจองจากการโรดโชว์ครั้งนี้เข้ามาแล้ว จำนวน 2,000 คน คิดเป็นจำนวน 4,000 ห้องพัก สร้างรายได้ที่ 144 ล้านบาท คำนวณจากค่าใช้จ่ายที่ 4,200 บาทต่อคนต่อวัน วันพักเฉลี่ย 17 วันต่อทริป
“การท่องเที่ยวถือเป็นการพบปะกัน การเที่ยวออนไลน์ก็ทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ทำให้เราต้องมาหารือในภาคการท่องเที่ยวร่วมกันแบบพบหน้า เพื่อให้รู้จักบุคลิกของแต่ละบุคคล โดยหาก ททท.ไม่นำภาคเอกชนออกมาพบปะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของ 3 ประเทศนี้ จะทำให้พลาดโอกาสในการทำตลาดท่องเที่ยวกับประเทศคู่แข่งที่เริ่มออกทำการตลาดหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายเหมือนกัน ซึ่งมีทั้งประเทศในยุโรปที่มีดินแดนติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ อิตาลี กรีซ ตุรกี สเปน และอียิปต์ รวมทั้งประเทศที่อยู่ใกล้ไทย ได้แก่ เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งไทยถือว่ามีความได้เปรียบ แต่ต้องรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง” นายฉัททันต์กล่าว
นายฉัททันต์กล่าวว่า ประเด็นที่ถูกสอบถามมากที่สุดจากบริษัทนำเที่ยวทั้ง 3 ประเทศ คือ เรื่องการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย จะผ่อนคลายเพิ่มอีกหรือไม่ และมีสินค้า หรือการสร้างประสบการณ์อะไรใหม่ๆ บ้าง เพราะบางรายก็รู้จักประเทศไทยอยู่แล้ว โดยถือว่าได้รับการตอบรับอย่างมาก เมื่อทราบว่าไทยจะไม่มีการกักตัวนักท่องเที่ยวแล้ว โดยนักท่องเที่ยวยุโรปยังให้ความสนใจแหล่งท่องเที่ยวประเภทหาดทรายชายทะเล ทำให้ทะเลไทยขายได้ตลอด และยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นหากมั่นใจว่าได้รับการดูแลดย่างดี ซึ่งเรื่องที่ยังเป็นอุปสรรคในตอนนี้คือ สายการบินยังไม่กลับมาบินตรงจากไทย-ประเทศในยุโรปเหมือนปกติ โดยพบว่า ขณะนี้สายการบินต่างๆ กลับมาบิน 40% เทียบกับปี 2562 ช่วงก่อนการระบาดโควิด-19 ทำให้การเดินทางบางส่วนต้องไปต่อเครื่องบินในประเทศตะวันออกกลางก่อนเข้าไทย รวมถึงค่าตั๋วเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น 15-20% จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย

