ภาคธุรกิจแห่ฝากการบ้านถึง “ชัชชาติ” ท่องเที่ยวชง 7 ข้อ ส.เอสเอ็มอีเสนอแนวทางแก้หนี้แก้จน
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย (ATTM) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวและบริการ ได้มีข้อเสนอถึงผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ เพื่อกระตุ้นภาคท่องเที่ยวในเมืองหลวงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร ได้แก่ 1.Friendly Footpath การดูแลทางเท้าให้สะอาด สมบูรณ์ ปลอดภัย เป็น Friendly Design และควบคุมระเบียบวินัยในการใช้ foodpath เพราะนักท่องเที่ยวยุคใหม่จะนิยมเดินทางด้วย BTS & MRT มากขึ้น และจะมีผู้สูงวัยและผู้ใช้รถเข็นมากขึ้น 2.Food safety จุดเด่นของ กทม คือ Street Food แต่จุดอ่อน คือ ความสะอาดและปลอดภัยของอาหาร และภาชนะ ขอให้มีการยกระดับด้านความสะอาด ปลอดภัย การจัดโซน street food/food truck และจัดให้มีรถล้างจาน รถสุขา ให้บริการ 3.Free Bus จัดสรรให้มีรถ Shuttle Bus ฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวให้บริการ ในเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ หรือเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งอื่นๆตามแนวคิด รถ ราง เรือ 4.FIT friendly signage & service นักท่องเที่ยวต่างชาติ หลากหลายขึ้น เดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ขอให้มีป้ายบอกทางที่หลากหลายภาษา หรือใช้เทคโนโลยีมาช่วย เช่น scan QR code แล้วเลือกภาษา และค้นหาข้อมูลได้ง่าย หรือ มีการใช้ Metaverse/AR/VR เพื่อให้ข้อมูลการท่องเที่ยว และให้บริการนักท่องเที่ยว
นายกิตติกล่าวต่อว่า 5.Festival 50 districts จัดกิจกรรม 50 เขต 50 สัปดาห์ + 2 สัปดาห์จัดงานใหญ่ ประจำปี สงกรานต์และปีใหม่ดึงอัตลักษณ์ สินค้า อาหาร ศิลปะ วัฒนธรรมชุมชน สร้าง Soft Power เที่ยวกรุงเทพฯได้ทั้งปี ไม่มีเบื่อ 6.Fair to travellers กวดขัน ควบคุม ลงโทษเพื่อขจัดผู้ที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวในทุกด้าน 7.Fresh Air/less Pollution เพิ่มการดูแลสิ่งแวดล้อม เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ เพื่มสวนสาธารณะ เพิ่มต้นไม้ ลดมลพิษจากภาคขนส่งและอุตสาหกรรม กวดขันเรื่องควันพิษ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า สมาพันธ์ เตรียมทำหนังสือขอเข้าพบผู้ว่ากรุงเทพฯคนใหม่และทีมงาน เพื่อแสดงความยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือด้านต่างๆ และใช้โอกาสนี้นำเสนอแนวคิดที่อยากให้ผู้ว่ากรุงเทพฯคนใหม่ คือ ขยายขอบเขตสํานักพัฒนาสังคม ภายใต้สังกัดกรุงเทพมหานคร จากเดิมเน้นภาคสังคม ให้ขยายถึงภาคเศรษฐกิจ และเพิ่มบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านโครงการสร้างงานสร้างอาชีพ ซึ่งกรุงเทพมหานครเป็นหัวใจของประเทศ เพราะเป็นสัดส่วน 30% ของพื้นที่ทำรายได้ในระบบเศรษฐกิจและรายได้จากภาษีที่ช่วยภาครวมเศรษฐกิจในการฟื้นตัว เพราะหากทำให้คนมีอาชีพ มีรายได้ และลดภาระหนี้เดิม ผ่านเครือข่ายกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การทำอาชีพมีความคล่องตัวและแบกภาระลดลง เช่น ช่วยเหลือหรือเจรจาค่าเช่าทำอาชีพให้ลดลง ทั้งในตลาดสดภาครัฐ ตลาดสดเอกชน เพิ่มช่องทางหรือปรับปรุงพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้มากขึ้น ก็จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีหรือรายย่อย ไปพร้อมกับขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
“คนตัวเล็กที่มีอยู่ทุกแห่ง หากช่วยให้เขาอยู่ได้ มีรายได้มีทุนเพียงพอ เป็นการแก้หนี้แก้จนโดยที่รัฐไม่ต้องทุ่มงบประมาณช่วยเหลือ เพียงทำให้เขาได้อยู่ได้ด้วยตัวเอง เราเชื่อว่าวิธีการนี้ จะส่งให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวเร็วและส่งผลถึงเศรษฐกิจภาพรวม ดีขึ้นด้วย ก็หวังว่าจะเปิดโอกาสให้สมาพันธ์ ได้เข้าพบต่อไป” นายแสงชัยกล่าว

