‘แสนสิริ’ ทุ่ม 3 หมื่นล้าน เนรมิต 500 ไร่ ผุดบ้านหรูกลาง ‘กรุงเทพกรีฑา2’ เจาะเศรษฐี
วันที่ 1 มิถุนายน นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการพัฒนาโครงการแนวราบของแสนสิริมีขนาดพื้นที่ 300 ไร่ขึ้นไปจะเป็นรูปแบบคอมมูนิตี้รองรับสังคมของการอยู่อาศัยมีหลายโครงการอยู่บนที่ดินแปลงเดียวกัน โดยเริ่มพัฒนาแล้ว เช่น ในเมืองที่สุขุมวิท77 โครงการ T77 โซนเหนือย่านรังสิต-บางพูน พื้นที่กว่า 300 ไร่
นายอุทัยกล่าวว่า ส่วนโซนตะวันออกบนถนนกรุงเทพกรีฑา2 เนื้อที่ 500 ไร่ มี 8-9 โครงการ มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวแบรนด์พรีเมียม ซึ่งปิดการขายแล้ว 2 โครงการ คือ เศรษฐสิริ 1 และเศรษฐสิริ 2 พื้นที่ 155 ไร่ รวม 483 ยูนิต มูลค่า 7,500 ล้านบาท และในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ จะเปิดขายอีก 3 โครงการ มูลค่ารวม 9,300 ล้านบาท ระดับราคา 12-100 ล้านบาท ได้แก่ นาราสิริ พื้นที่ 57 ไร่ 86 ยูนิต มูลค่า 4,000 ล้านบาท บุราสิริ พื้นที่ 85 ไร่ 276 ยูนิต มูลค่า 4,000 ล้านบาท และบูก้าน พื้นที่ 19 ไร่ 48 ยูนิต มูลค่า 1,300 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ยังเหลือกว่า 180 ไร่ จะพัฒนาในปี 2566-2568 ด้านโซนตะวันตกได้ซื้อที่ดิน 200 ไร่ หลังศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกตรองรับการพัฒนาโครงการในปี 2566
“โซนกรุงเทพกรีฑา 2 เราเข้าไปพัฒนาเป็นเจ้าแรกตั้งแต่ยังไม่มีถนนตัดใหม่ ซื้อที่ดินไว้ 300 ไร่ และเริ่มพัฒนาเมื่อปี 2557 และทยอยซื้อที่ดินเพิ่ม 200 ไร่ ล่าสุดราคาที่ดินปรับขึ้นตามศักยภาพของทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย มอเตอร์เวย์และทางด่วน ส่งผลราคาที่ดินปรับขึ้น 150% ในเวลา 10 ปี ล่าสุดราคาอยู่ที่ตารางวาละ 140,000 บาท และมีความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่เติบโตปีละ 10% เพราะรายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติและคอมมูนิตี้มอลล์ เช่น มาร์เก็ตเพลส โรงพยาบาล และเข้า-ออกได้ทั้งถนนรามคำแหงและถนนศรีนครินทร์ตัดใหม่ ซึ่งลูกค้าที่อยู่ในเศรษฐสิริมีทั้งซื้ออยู่เองและให้เช่า ส่วนใหญ่นักธุรกิจและครูสอนหนังสือจากประเทศจีนและยุโรป เพราะใกล้โรงเรียนนานาชาติ สนามบินสุวรรณภูมิและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี” นายอุทัยกล่าว
นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาที่ดินทำเลกรุงเทพกรีฑา 500 ไร่ของแสนสิริ ให้เป็น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” ด้วยทำเลมีจุดแข็ง 3 ด้าน ได้แก่ โลเกชั่นเข้าออกโครงการได้ถึง 2 เส้นทาง ทั้งถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า) และถนนรามคำแหง เดินทางเข้าศูนย์กลางธุรกิจ หรือซีบีดี ได้ง่ายดาย โดยทางด่วนศรีบูรพาที่อยู่ใกล้เพียง 2 กิโลเมตร รถไฟฟ้าสายสีส้มที่อยู่ใกล้เพียง 2.3 กิโลเมตร และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง 4 กิโลเมตร เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิสะดวกด้วยมอเตอร์เวย์ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที ทั้งยังเชื่อมต่อด้วยถนนสายสำคัญต่างๆ เข้าสู่เมืองด้วยเวลาเพียง 20 นาที และยังรายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติทั้งไบรท์ตัน คอลเลจ, เวลติงตัน คอลเลจ และแมนดาริน โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และมาร์เก็จเพลส คอมมูนิตี้มอลล์จากสยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์
อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ คือการดีไซน์ สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย ในพื้นที่ส่วนกลางสำหรับลูกบ้านแสนสิริในทุกโครงการ อาทิ คลับเฮาส์ พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น สวนผักปลอดสาร ที่มีอยู่ในแต่ละโครงการ
รวมถึงความปลอดภัยในการอยู่อาศัยที่อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบโครงการ อาทิ ถนนสีเขียวที่ขนาบด้วยต้นไม้ใน 2 ข้างทาง เสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการวางระบบสายไฟลงใต้ดิน เพื่อปล่อยให้ต้นไม้ตลอดเส้นทางเติบโตได้อย่างเต็มที่ กลายเป็นถนนอุโมงค์สีเขียวชอุ่มในอนาคต ตลอดแนวระยะทางกว่า 1.7 กิโลเมตร
นายอาณัติกล่าวว่า หากลูกค้าต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่ระดับราคาต่ำกว่านี้ ทางแสนสิริมีโครงการใหม่รอพัฒนาบนถนนสายนี้อีกประมาณ 10 โครงการ ไล่ตั้งแต่ถนนร่มเกล้า เชน แบรนด์อณาสิริ เป็นต้น
“โครงการแนวราบของแสนสิริได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี มียอดขายในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 8,600 ล้านบาท หรือ 40% จากเป้ายอดขายโครงการแนวราบทั้งปี 24,000 ล้านบาท” นายอาณัติกล่าว

