นายฟิลิปป์ โบรยานิโก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาธุรกิจ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า เป้าหมายหลักของการดำเนินธุรกิจ คือการสร้างศูนย์การค้าให้เป็น “ศูนย์กลางของชุมชนและเป็นของทุกคนในจังหวัด” จึงตั้งเป้า 5 ปี นับจากนี้ จะพลิกโฉมโรบินสันไลฟ์สไตล์ ให้มีความแตกต่างอย่างเหนือระดับในทุกมิติ ทั้งรูปลักษณ์และการบริการ โดยเน้นสร้างความโดดเด่นจากการดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาผสานแนวคิดการออกแบบศูนย์การค้า แต่ละแห่งให้สอดรับกับพื้นที่และชุมชน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่โซนฟู้ดและนอนฟู้ดเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการและเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสุขให้กับลูกค้าได้อย่างลงตัว ภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อมอบประสบการณ์ที่สร้างสีสันความสนุกสนาน สดใส มีชีวิตชีวาแก่ชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ ที่สำคัญต้องเติบโตควบคู่ไปกับชุมชนอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางของชุมชนและทุกคนในจังหวัดอย่างแท้จริง
โดยมี 4 กลยุทธ์หลัก สู่การเป็น “Lifestyle and Experiential Community” ได้แก่ 1.การออกแบบแนวคิดใหม่เข้ากับชุมชน ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันมี 25 สาขา ครอบคลุม 24 จังหวัดในทุกภูมิภาคทั่วประเทศทั้งหัวเมืองใหญ่และเมืองรอง มีพื้นที่รวมกว่า 1.6 ล้าน ตร.ม. และจำนวนผู้เช่ากว่า 3,000 ราย เน้นการปรับพื้นที่ศูนย์การค้าแต่ละแห่งให้มีความกลมกลืนตามอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน รวมถึงมีการนำแลนด์มาร์กของแต่ละท้องถิ่นมาประยุกต์เพื่อใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบให้มีความทันสมัย ให้เป็นเสมือนศูนย์การค้าที่สร้างมาเพื่อชุมชนและให้ทุกคนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแนวคิด เพื่อทำให้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่เป็นของทุกคนในชุมชน ตลอดจนเพิ่มพื้นที่ Rest Area & Co-Working Space เน้นการปรับผังของโซนต่างๆ เพิ่มความคล่องตัวในการเดินช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น และเป็นศูนย์การค้าที่เติมเต็มทุกความสุขให้การใช้ชีวิตของลูกค้าเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ
2.สร้างการเติบโตผ่านธุรกิจรูปแบบใหม่ โดยผนึกกำลังพันธมิตรต่อยอดศูนย์การค้าบนทำเลศักยภาพให้เป็นรูปแบบมิกซ์ยูส ในการสร้างคอนโดและโรงแรมควบคู่กับศูนย์การค้า เพื่อดึงทราฟฟิกและมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนบุกตลาดด้วยธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อเนรมิตศูนย์การค้ารูปลักษณ์ใหม่ที่เข้าถึงและเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น คาดว่าจะเปิดตัวธุรกิจใหม่ภายในปีนี้
3.ส่งเสริมและสนับสนุนการเติบโตของชุมชนในท้องถิ่น มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ผ่านการส่งเสริมธุรกิจไทยรายย่อย ผลักดัน SMEs และ Start Up ให้เข้มแข็ง โดยเปิดพื้นที่ช่วยผู้ประกอบการให้นำสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัดและของดีในท้องถิ่นมาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมของท้องถิ่นในด้านต่างๆ ร่วมกับหน่วยงาน วัด ชุมชนใกล้เคียง โดยการเข้าไปช่วยเหลือและสนับสนุนด้านสิ่งของ หรือการส่งกำลังคนเข้าไปร่วมพัฒนาชุมชน เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนโยบายบริษัทที่ต้องการสร้างศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชุมชน รวมถึงมีส่วนในการพัฒนาและผลักดันพื้นที่ชุมชนโดยรอบให้เติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
และ 4.สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากการพัฒนาศูนย์การค้าแล้ว โรบินสันไลฟ์สไตล์ ยังตระหนักและใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งผลักดันการใช้พลังงานทดแทน สอดรับเทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญด้านพลังงานสีเขียว (Green Energy) ด้วยการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ดำเนินการติดตั้ง SOLAR ROOFTOP เพื่อผลิตไฟฟ้า ในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งตลอด 6 ปี ของการติดตั้ง SOLAR ROOFTOP โรบินสันไลฟ์สไตล์ สามารถลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้มากถึง 28 ล้านกิโลกรัม ทั้งนี้ภายในปี 2565 จะสามารถเดินหน้าลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าลงได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมขยายจำนวนสาขาที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทนได้ถึง 23 สาขาตามแผนที่วางไว้
“จากการมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งนี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นหนึ่งในต้นแบบความสำเร็จของศูนย์การค้ามิติใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Sense of Island’ ที่ได้รังสรรค์ความงดงามผ่านการนำเอาสีฟ้าของน้ำทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของบ้านฉางมาเป็นแกนหลักในการออกแบบ และสอดรับกับการเป็น ‘ศูนย์กลางการคมนาคม ภาคตะวันออก’ และผสานความเป็นโรบินสันไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว บนพื้นที่รวมกว่า 38,000 ตร.ม. ใช้งบลงทุน 900 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับการเน้นเพิ่มพื้นที่โซนฟู้ดมากกว่า 40% ขณะที่โซนนอนฟู้ดครบครันด้วย แฟชั่น ไอที และความบันเทิง เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ เป็นแลนด์มาร์กแห่งภาคตะวันออก” นายฟิลิปป์กล่าว
สำหรับปีนี้ นายฟิลิปป์กล่าวว่า มีแผนเปิดตัวศูนย์การค้าแห่งใหม่จำนวน 2 สาขา ได้แก่ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ถลาง จ.ภูเก็ต ตั้งอยู่ใจกลาง อ.ถลาง บนพื้นที่กว่า 44,000 ตร.ม. ใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 1,100 ล้านบาท การออกแบบเป็นสไตล์ชิโนโปรตุกีส พร้อมเปิดให้บริการเดือนสิงหาคมนี้ และโรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ ถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของโรบินสันไลฟ์สไตล์ บนพื้นที่กว่า 48,000 ตร.ม. ใช้งบลงทุน 1,200 ล้านบาท เน้นการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Enjoy Modern Lifestyle Beside you” มีแผนเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้
ขณะที่การรีโนเวทเพิ่มพื้นที่ศูนย์ในปีนี้ ใช้งบลงทุนกว่า 580 ล้านบาท ปรับปรุงเพิ่ม 3 สาขา ด้วยกัน ได้แก่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา เน้นการปรับปรุงพื้นที่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Odyssey นำโครงสร้างเรือที่เป็นอัตลักษณ์ประจำจังหวัดมาใช้ในการออกแบบ และมีการขยายพื้นที่ร้านค้าเช่าจากเดิมเพิ่มขึ้นเป็น 30% นอกจากนี้ยังเพิ่มร้านค้า โซนฟู้ด และโซนนอนฟู้ดที่เป็นแบรนด์แฟชั่นและไอที และแบรนด์ดังอื่นๆ อีกมากมาย คาดว่าจะแล้วเสร็จแบบเต็มรูปแบบในเดือนสิงหาคมนี้ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน ได้แนวคิดการออกแบบในคอนเซ็ปต์ “The River of Life” สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวนนทบุรีที่อยู่คู่กับแม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างยาวนาน โดยมีการปรับโฉม เพิ่มร้านค้าชั้นนำโซนฟู้ด และโซนนอนฟู้ด คาดว่าจะแล้วเสร็จแบบเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายนนี้ และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จันทบุรี มีแผนปรับโฉมศูนย์การค้าให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่จอดรถ การปรับผังร้านค้าและโซนต่างๆ รวมถึงเพิ่มเติมร้านค้าชั้นนำใหม่ๆ โดยมีแผนรีโนเวทในช่วงปลายปีนี้

