นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว.ร่วมกับกรมบัญชีกลาง ได้เปิดตัวระบบ THAI SME-GP เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ง่าย โดยกำหนดแต้มต่อสำหรับเอสเอ็มอีในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการทั่วไปได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของราคาต่ำสุด และการจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท โดยให้เลือกจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นลำดับแรก อีกทั้งยังให้สิทธิพิเศษสำหรับเอสเอ็มอี ที่มีสินค้าได้รับการรับรอง Made in Thailand (MiT) สามารถเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดได้ร้อยละ 15
“เอสเอ็มอีที่ได้รับสิทธิจะต้องขึ้นทะเบียนในระบบ THAI SME-GP เป็นที่เรียบร้อย มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ คือ ภาคการผลิตรายได้รวมต่อปีไม่เกิน 500 ล้านบาท ส่วนภาคการค้าและบริการ รายได้รวมต่อปีไม่เกิน 300 ล้านบาท และผ่านการรับรองความเป็นผู้ประกอบการเพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามข้อกำหนด” นายวีระพงศ์ กล่าวถึงสเปคของเอสเอ็มอีที่อยากเข้าร่วมในระบบ
ผอ.สสว. กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในระบบ THAI SME-GP นอกจากจะได้รับแต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีมูลค่าการซื้อสินค้าและบริการไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านล้านบาทต่อปีแล้ว ยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งทาง สสว. ได้ร่วมกับ 8 สถาบันการเงินของภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนสินเชื่อสำหรับ SME เพื่อการเป็นคู่ค้ากับภาครัฐ นอกจากนี้ยังได้รับโอกาสในการได้รับองค์ความรู้เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโตก่อนใคร
สำหรับมาตรการ THAI SME-GP ได้เริ่มดำเนินการเมื่อปลายปี 2563 จากข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2565 พบว่ามีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนรวมทั้งสิ้น 132,178 ราย มีสินค้าและบริการรวม 1,056,788 รายการ ก่อให้เกิดมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานภาครัฐ ในปี 2564 รวม 551,365.50 ล้านบาท โดยสินค้าที่ภาครัฐนิยมจัดซื้อจัดจ้างในลำดับต้น ๆ ได้แก่ งานก่อสร้างและปรับภูมิทัศน์ วัสดุก่อสร้าง-อุปกรณ์ไฟฟ้า ยานพาหนะ-พาหนะให้เช่า คอมพิวเตอร์-ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์สื่อสาร หนังสือและสื่อการเรียนการสอน เครื่องใช้สำนักงาน เวชภัณฑ์-อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น
นายวีระพงศ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ส่งผลให้บางธุรกิจเติบโตและทำมูลค่าในตลาดสูง สสว. มองเห็นในศักยภาพและมุ่งเป้าในการส่งเสริมไปที่กลุ่มนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมดิจิทัล ด้วยมาตรการ THAI SME-GP ที่มอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ประกอบการในระบบได้มีข้อได้เปรียบในการแข่งขันรับงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ อีกทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย และคาดว่าในปลายปีนี้ จะมีจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ลงทะเบียนในระบบ 1.4 แสนราย มีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสูงถึง 700,000 ล้านบาท โดยในอนาคตจะขยายไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาคเอกชนต่อไป

