ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวแสดงความเห็นกรณีดีลควบรวมของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดทำ Focus Group หรือการรับฟังความเห็นในวงจำกัด รอบแรกสิ้นสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเตรียมจัดทำ Focus Group รอบต่อไปเพื่อนำมาประกอบรายงานและบรรจุวาระการประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อลงมติ โดยรายงานเอกสารของ กสทช.ที่ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ราคาค่าบริการในระยะยาวจะแพงขึ้น 20-30% จากการควบรวม เหลือผู้ประกอบการในตลาดจาก 3 ราย เป็น 2 ราย แล้วนั้น
ดร.อมรเทพกล่าวว่า การควบรวมดังกล่าวโดยภาพรวมจะทำให้การบริการมีคุณภาพมากขึ้น ผู้บริโภคได้ประโยชน์ ทั้งนี้ การควบรวมนี้มองได้ทั้งมุมที่ส่งผลบวก และมุมที่ทำให้เกิดความกังวล แต่หากมีการกำกับดูแลหลังการควบรวมที่ดี ก็ทำให้คลายกังวลไปได้
มุมบวกการควบรวมจะทำให้กิจการที่รวม มีต้นทุนลดลง เนื่องจากลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนลงได้ และควรนำเงินจากต้นทุนที่สามารถลดลงได้ไปลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ให้หลากหลายหรือเพิ่มทางเลือกและให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค รวมถึงประเทศชาติซึ่งอาจทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการให้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้นในอนาคต นอกจากนั้น อาจทำให้ผู้ให้บริการรายเล็กมีศักยภาพแข็งแกร่งมากพอที่จะแข่งขันกับรายใหญ่ได้อย่างทัดเทียม โดยไม่เกิดช่องว่างจากส่วนแบ่งการตลาดที่ห่างกันมากเหมือนปัจจุบัน
ดร.อมรเทพกล่าวว่า แต่ต้องระวังในเรื่องการเลิกจ้างพนักงานในตำแหน่งงานที่ซ้ำซ้อนหลังควบรวม ซึ่งหากทรูและดีแทคประกาศนโยบายดูแลพนักงานให้ชัด ก็น่าจะคลายกังวลไปได้ รวมถึงการใช้ต้นทุนที่ลดลงได้ไปใช้สร้างประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้น หรือผู้บริหารกิจการ แทนที่จะลงทุนพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ผู้บริโภค
สำหรับมุมมองอีกด้าน ดร.อมรเทพกล่าวว่า การควบรวมจะทำให้มีผู้เล่นในตลาดเหลือน้อยลงอาจทำให้ผู้บริโภคระแวงและไม่มั่นว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะผู้ประกอบการขนาดใกล้เคียงกัน ทั้ง 2 รายอาจฮั้วกันก็เป็นไปได้ โดยหากผู้เล่นทั้ง 2 รายฮั้วกันทั้งราคาและบริการ นั่นหมายถึงผู้บริโภคจะเสียประโยชน์และไม่มีทางเลือกเลยหรือไม่ เพราะหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทยมีผู้เล่นน้อยราย ก็เกิดปัญหาด้านการแข่งขันและการผูกขาด ทำให้ผู้บริโภคขาดทางเลือก ขณะที่การมีผู้เล่นหลายรายน่าจะทำให้มีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง เพื่อความอยู่รอดและอาจจับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก อย่างไรก็ตาม ความสำคัญอยู่ที่ กสทช.ในการกำกับดูแลหลังการควบรวม
“ดีลควบรวมระหว่างทรูกับดีแทคนั้น ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่ Regulator (ผู้กำกับ) และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กสทช. และกระทรวงพาณิชย์ จะต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภควางใจได้ว่า หากมีการควบรวมแล้วจะไม่มีการฮั้วกันของผู้เล่น จนทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์ โดยจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์หรือกติกาคุมเข้ม ผู้เล่นรายใหญ่ ที่มาร์เก็ตแชร์มากที่สุดในตลาดและธุรกิจมีแนวโน้มจะขยายฐานใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถครอบครองตลาดสูงเกินไป จนกระทบกับผู้เล่นรายเล็ก เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้เล่นรายใดรายหนึ่งมีขนาดใหญ่มากเกินไป และมีโอกาสครอบงำตลาดได้”

