สกู๊ปหน้า 1 : ‘ดีพร้อม’ โชว์งานดี รีบาวด์เศรษฐกิจฐานราก
ขณะนี้ไทยกำลังเข้าสู่โหมดฟื้นฟูประเทศหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการเปิดประเทศ ดึงนักท่องเที่ยว นักลงทุน นักธุรกิจชาติต่างๆ เข้าไทย เพื่อให้ภาคท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งภาคการลงทุน กลับมาเป็นลมหายใจสำคัญอีกครั้งของเศรษฐกิจไทย หลังที่ผ่านมามีเพียงภาคผลิตและส่งออกไทยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ควบคู่กับการลงทุนของรัฐ
ช่วงกลางเดือนพฤษาคม สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2565 คาดว่าจะขยายตัว 3.0% อยู่ในช่วง 2.5-3.5% ปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการปรับตัวดีขึ้นของอุปสงค์ภายในประเทศ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออกสินค้า
แม้หลายคนเริ่มกังวลว่าเป้าหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยอาจยากขึ้น เพราะปัจจุบันมีปัจจัยแทรกรุนแรงน้องๆ โควิด นั่นคือ การเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ สารพัดของแพง น้ำมันแพง จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่อแววยืดเยื้อ แต่พี่ไทยห้ามยอมแพ้!!
ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือดีพร้อม (DIPROM) ชู 2 นโยบายสำคัญเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย มุ่งเน้นเศรษฐกิจฐานราก ทั้งวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)
“ณัฐพล รังสิตพล” อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือดีพร้อม เปิดภารกิจการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของกรมว่า ได้รับมอบหมายจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เดินหน้า 2 นโยบายสำคัญ คือ 1.ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการคิกออฟพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชน เป็นชุมชนที่ดีพร้อม มีรายได้ กลับมาพึ่งพาตัวเองได้อีกครั้ง สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะในระดับชุมชน ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
2.การใช้กลไกรัฐผนึกความร่วมมือเอกชนชั้นนำของประเทศ ในการจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ เป้าหมายจัดงานทุกภูมิภาคของประเทศ กลไกนี้จะช่วยกระตุ้นทั้งภาคอุตสาหกรรมของไทย ทั้งผู้ผลิตรายใหญ่ เอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน ต่อเนื่องไปยังภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง
“ผลของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นวิกฤตการณ์ระดับโลกที่ก่อให้เกิดผลกระทบในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก ดีพร้อมซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน จึงดำเนินโครงการเร่งฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเน้นอุตสาหกรรมที่เป็นเศรษฐกิจฐานราก ภาคเกษตรอุตสาหกรรม ภาคการผลิตสินค้า และภาคบริการของชุมชน ให้สามารถฟื้นตัวกลับมาสู่ปกติโดยเร็ว” ณัฐพลระบุ
นโยบายในการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจะเน้นการปรับรูปแบบการดำเนินงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตวิถีใหม่ มุ่งเป้าการพัฒนาชุมชนจากยุคที่ 3 ก้าวไปสู่ยุคที่ 4 คือ พัฒนาจากหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือหมู่บ้านซีไอวี สู่ชุมชนดีพร้อม หรือดีพร้อม คอมมูนิตี้ เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ต้องผ่านการพัฒนาที่ครบถ้วนใน 7 มิติ ประกอบด้วย 1.แผนชุมชนดีพร้อมที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นเศรษฐกิจฐานราก ที่มีการวิเคราะห์ศักยภาพเฉพาะของแต่ละพื้นที่ และจุดเด่นของแต่ละชุมชน อย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2.คนชุมชนดีพร้อม คนต้องมีอาชีพและอาชีพเสริม ที่สร้างรายได้อย่างพอเพียงได้ในชุมชน นักศึกษาต้องมีโอกาสและอาชีพในชุมชนบ้านเกิด รวมทั้งมีการสร้างความเข้มแข็งและเครือข่ายให้กับผู้นำชุมชนในแต่ละระดับ และการขยายผลตามโมเดลดีพร้อมฮีโร่ ที่เป็นการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมให้เป็นกลไกการพัฒนาชุมชน 3.แบรนด์ชุมชนดีพร้อม ทำการสร้างแบรนด์ให้ชุมชนจากอัตลักษณ์อันเป็นจุดเด่นในพื้นที่ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว อาทิ ชุมชนสรรพยา อ.สรรพยา โดยใช้โรงพักสรรพยา 100 ปี ชุมชนตลาดย้อนยุคสรรคบุรี อ.สรรคบุรี 4.ผลิตภัณฑ์ชุมชนดีพร้อม ต่อยอดผลิตภัณฑ์เด่นหรือมีอัตลักษณ์ในพื้นที่ เพื่อเสริมความน่าสนใจและจุดเด่นให้ชุมชน และกระตุ้นความต้องการของผู้ซื้อและนักท่องเที่ยวให้แก่ชุมชน
5.เครื่องจักรชุมชนดีพร้อม ยกระดับการผลิตในภาคเกษตรอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน สู่กระบวนการผลิตแบบ 4.0 ในแต่ละชุมชน โดยพัฒนาเครื่องจักรที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะทาง มีการให้บริการเครื่องจักรแปรรูปและเครื่องจักรกลเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ผ่านแอพพลิเคชั่น IAID และศูนย์ดีพร้อมเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ 6.ตลาดชุมชนดีพร้อม นอกเหนือจากการส่งเสริมตลาดชุมชนในช่องทางปกติแล้ว ยังได้สร้างโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนสามารถเข้าสู่ช่องทางการตลาดในร้านโมเดิร์นเทรด และตลาดออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีกลไก ถุงดีพร้อม เพื่อการทดสอบตลาดและกระจายสินค้า โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 และ 7.เงินหมุนเวียนดีพร้อม ส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้หมุนเวียนพอเพียงสำหรับการใช้จ่าย เก็บออม และลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสงานและอาชีพ โดยมีมาตรการสินเชื่อระยะสั้นสำหรับผู้ประกอบการ หรือดีพร้อมเปย์ ร่วมกับการเสริมอาวุธความรู้ทางธุรกิจและการจัดการเงิน
รายละเอียดการฟื้นฟูผ่านการฝึกอาชีพ เบื้องต้นดำเนินการนำร่องเฟสแรกแล้ว 7 จังหวัด ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 ประกอบด้วย สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท สงขลา ชลบุรี และยะลา โดยวิธีการจะมีการฝึกอาชีพ และพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ ให้พึ่งพาตัวเองและมีอาชีพใหม่ แต่ละพื้นที่ได้จัดทำผลิตภัณฑ์จากชุมชน ทั้งของใช้ สินค้าอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยวชุมชน ประเมินว่าจะสามารถกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 7,000 ล้านบาท เบื้องต้นชุมชนทั้ง 7 จังหวัดต่างให้การตอบรับอย่างดี
“หลังจากนี้ ดีพร้อมจะเดินหน้าเฟส 2 ตั้งเป้าหมายยกระดับชุมชนทั่วประเทศผ่านกลไก เครือข่ายของกรมที่กระจายทั่วประเทศ เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้หลายหมื่นล้านบาทแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมงบประมาณ วางแผน เพราะหลังจากนี้จะดำเนินการในภาพใหญ่ ซึ่งกรมมุ่งหวังให้ความเป็นอยู่ของชุมชนดีขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แสดงออกมา แต่คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่และความสุขของชุมชน ที่สิ่งสำคัญที่สุด” ณัฐพลระบุ
ณัฐพลระบุอีกว่า สำหรับนโยบายการจัดงานแสดงสินค้าโดยมีอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศเป็นตัวนำ และในงานจะมีเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน ร่วมงาน ร่วมขายสินค้า ขณะนี้กรมเตรียมร่วมจัดงานเอฟทีไอเอ็กซ์โป 2022 กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) งานแสดงเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของประเทศ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2565 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ โดยดีพร้อมจะชู บีซีจี โมเดล มาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อรองรับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
“ในงานประชุมและนิทรรศการในงานเอฟทีไอเอ็กซ์โป 2022 ดีพร้อมจะนำเครื่องมือเครื่องจักรกลสินค้าเกษตรให้เกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่เกษตรไม่มากเช่าอุปกรณ์ ช่วยประหยัดต้นทุน ไม่ต้องซื้อไม่ต้องเสียค่าซ่อมบำรุง รวมทั้งนวัตกรรมและสินค้าที่ได้รับการส่งเสริมจากดีพร้อมมาแสดงในงานและจะมีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การส่งเสริมและพัฒนาบริการเครื่องจักรและเทคโนโลยีทางการเกษตรระหว่างดีพร้อมและ ส.อ.ท. ไม่เพียงกระตุ้นภาคอุตสาหกรรม เกษตร และชุมชน แต่มั่นใจจะปลุกการจัดงานแสดงสินค้าในจังหวัดเชียงใหม่ให้คึกคักได้” ณัฐพลระบุ
ณัฐพลระบุในตอนท้ายว่า เอฟทีไอเอ็กซ์โป 2022 เป็นการจัดงานครั้ง 2 ต่อจากงานดีพร้อม มอเตอร์ โชว์ มหกรรมแสดงและจัดจำหน่ายสินค้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ จ.ลำปาง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้กว่า 225 ล้านบาท มีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติร่วมงานกว่า 6,000 คน มียอดจองและซื้อรถภายในงานกว่า 200 คัน เกิดการจับคู่ธุรกิจของผู้ประกอบการกว่า 60 ราย ถือว่าน่าพอใจอย่างมากสำหรับงานนี้ที่จัดขึ้นท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ภารกิจรีบาวด์เศรษฐกิจฐานรากของดีพร้อม จะฟื้นชีวิตชุมชน วิสาหกิจชุมชน และเอสเอ็มอีไทย ได้แค่ไหน น่าติดตาม…

