วันที่ 4 มิถุนายน นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าขยายงานและเพิ่มรายได้ให้กับ อคส.ว่า ล่าสุดคณะผู้แทนจาก หนานซา อินเวสเมนท์ รัฐวิสาหกิจจีน เดินทางมาเยี่ยมชมคลัง อคส.สาขาธนบุรีและคลัง อคส.สาขาราษฎร์บูรณะ หนึ่งในแผนร่วมมือและลงทุนร่วมกันเพิ่มเติม และเพิ่มความสัมพันธ์การค้าและลงทุนระหว่างประเทศไทยกับจีนอีกระดับหนึ่ง โดยแนวคิดจะจับมือทำเป็นแฝดคลังสินค้าคู่ โดยฝ่ายไทยใช้คลังธนบุรี พื้นที่ 8,000 ตารางเมตร กับคลังสินค้าที่หนานซา ขนาดพื้นที่ 8,000 ตารางเมตรเช่นเดียวกัน พัฒนาเป็นคลังแฝด “ธนบุรี-หนานซา” สนับสนุนและร่วมกันเพิ่มการค้าและการแสดงสินค้าของทั้ง 2 ประเทศ
โดยทางหนานซา มีความสนใจนำธุรกิจด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการเกษตร ในรูปแบบบริษัทร่วมทุน ซึ่งทาง อคส.จะใช้บริษัทร่วมทุนขับเคลื่อนธุรกิจและนำสินค้าเกษตรของไทยจัดแสดงที่คลังหนานซาได้ตลอดทั้งปี รวมถึงเป็นคลังสินค้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและเพื่อนรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ให้ค้าขายโดยใช้แพลตฟอร์มของจีนได้สะดวกและสนับสนุนภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ได้อีกทางหนึ่งด้วย
นายเกรียงศักดิ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ต้องการร่วมลงทุนในคลังสินค้าชายแดน (Cross border warehouse) ซึ่งทาง อคส.เริ่มวางโครงการเบื้องต้นและเตรียมเรื่องที่ดินที่ตั้งโครงการไว้แล้วในจังหวัดต่างๆ เช่น ตากใบ (นราธิวาส) พุน้ำร้อน (กาญจนบุรี) และช่องจอม (สุรินทร์) รวมถึงยังสนใจนำบิซิเนสโมเดลของ “Cold Chain Park” ฝั่งคุนหมิง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจไทยแห่งหนึ่ง ร่วมกับภาครัฐเอกชนในลาวและจีน โดยได้ชวน อคส.เข้าร่วมโครงการด้วย มาปรับใช้ในฝั่งกวางตุ้งหรือไหหลำ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของโครงการ “Greater Bay Area” อีกด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสร้าง Cold Chain Feeder ลำเลียงสินค้าจำพวกสัตว์น้ำและปศุสัตว์ ทั้งจากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่ประเทศจีนตอนใต้ฝั่งคุนหมิง ซึ่งมีประชากรรวมกันไม่ต่ำกว่า 250 ล้านคน เป็นตลาดที่มีการบริโภคสูงมากแห่งหนึ่ง
ทั้งนี้ หนานซา อินเวสเมนท์ เป็นรัฐวิสาหกิจจีนในโครงการ Greater Bay Area ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับ One Belt One Road ของจีน โดยได้ประสานผ่าน สคต. กวางโจว สนใจเชิญ อคส.ร่วมลงทุนคลังสินค้าเพื่อรองรับการค้าขายผ่านแพลตฟอร์มในจีน รวมถึงการค้าเชิงพาณิชย์ร่วมกัน
“ขณะนี้ อคส.อยู่ระหว่างการวางโครงการการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ โดยจะใช้คลังที่มีอยู่ในการพัฒนารองรับธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้น ผมอยากให้เป็น อคส. ยังเป็นองค์กรไทยที่เป็นศูนย์กลางคลังสินค้าและห้องเย็น ไม่แค่การให้บริการในประเทศแต่รวมถึงจับมือกับนานาประเทศด้วย จีนจะเป็นโมเดล ก่อนหลายไปประเทศในเอเชียอื่นๆ นอกจากนี้ กำลังวางโครงสร้างให้ อคส.รองรับเทคโนโลยีและการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปหลังโควิดระบาด รวมถึงการออกกองทุนเพื่อนำเงินมาใช้การขยายการลงทุนและสร้างธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้ เชื่อว่าแผนงานที่เตรียมไว้หลังจากปี 2566 จะช่วยเพิ่มรายได้ สามารถเป็นองค์กรที่มีรายได้เลี้ยงตัวเอง และกลับมามีกำไร” นายเกรียงศักดิ์กล่าว

