“บ้านปู”เล็งซื้อแหล่งเชลล์แก็สเพิ่ม-ชี้ราคาถ่านหินอยู่ในช่วงขาขึ้นหลังจีนปิดเหมือง

นางสมฤดี ชัยมงคล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การนำหุ้นบริษัท บ้านปู เพาเวอร์เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสำหรับเข้าซื้อกิจการได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังศึกษาการเข้าซื้อแหล่งเชลล์แก็สในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเดือนมีนาคม 2559 ได้เข้าซื้อไปแล้ว 1 แห่งวงเงิน 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าในปี 2560 จะได้ข้อสรุปการเข้าซื้อกิจการแหล่งเชลล์แก็ส 1 แห่งมูลค่าการเข้าซื้อจะไม่แตกต่างจากก่อนหน้านี้พร้อมคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุน(ไออาร์อาร์) ที่ 15% นอกจากนี้ บริษัทยังศึกษาการเข้าซื้อแหล่งถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียด้วย

ส่วนธุรกิจถ่านหินซึ่งเป็นธุรกิจหลักนั้น คาดว่าในปี 2560 ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าปีนี้ที่คาดว่าราคาถ่านหินเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แม้ไตรมาสที่ 4/2559 ราคาถ่านหินจะเพิ่มขึ้นแรงแต่ถูกถ่วงโดยราคาต้นปีที่ยังไม่ดีนัก โดยวันที่ 27 ตุลาคม 2559 ราคาอยู่ที่ 102 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จากปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ผลจากปริมาณการผลิตเข้าสู่ภาวะใกล้สมดุล หลังผู้ผลิตในประเทศจีนปิดเหมือง ขณะที่ปริมาณความต้องการถ่านหินยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องประมาณปีละ 3-4%

นางสมฤดีกล่าวอีกว่า สำหรับปริมาณการการขายถ่านหินของบริษัทนั้นคาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับ 45.4 ล้านตัน แม้ราคาถ่านหินจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บริษัทมองเป็นกลยุทธ์ระยะยาวคือ จะทยอยขายออกไปซึ่งปัจจุบันบริษัททำสัญญาขายถ่านหินล่วงหน้าในไตรมาสที่ 1/2560 ไม่มากนัก และช่วงครึ่งปีหลังจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้อยู่ที่ประมาณ 50% ของยอดขายทั้งหมด โดยการกำหนดสัดส่วนจะต้องพิจารณาจากราคาตลาดในช่วงนั้นด้วย

ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนของบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ บริษัท บ้านปู จะนำไปชำระหนี้คืนบางส่วนและคาดว่าหนี้สินต่อทุน(ดีอี) จะอยู่ที่ 1 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.1 เท่า อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวรู้สึกพอใจที่ราคาหุ้นบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ ที่เข้าซื้อขายในวันที่ 28 ตุลาคม และราคาปรับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 26.75 บาทต่อหุ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon