หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินเฟ้อเดือน...

เงินเฟ้อเดือนพ.ค. พุ่ง 7.10% สูงสุดในรอบ 13 ปี พณ.ชี้แนวโน้มสูงต่อเนื่องถึงปลายปี

6.06.22 | 12:13 น.

เงินเฟ้อพ.ค.พุ่ง 7.10% สูงสุดรอบ 13 ปี เหตุจากน้ำมัน-ค่าไฟ-อาหารแพง พณ.ชี้แนวโน้มสูงต่อเนื่องถึงปลายปี

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) ทั่วไปเดือนพฤษภาคม 2565 เท่ากับ 106.62 สูงขึ้น 7.10 % อัตราสูงสุดรอบ 3 ปี ปัจจัยหลักจากราคาพลังงานและอาหารปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมาตรการการตรึงราคาก๊าซหุงต้มสิ้นสุดลงและปรับขึ้นเป็นขั้นบันได รวมถึงการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) และเงินเฟ้อพฤษภาคมสูงกว่าเมษายนปีนี้ 1.40 % จากการสูงขึ้นเกือบทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน ผลไม้สด เนื้อสัตว์ เครื่องประกอบอาหาร และของใช้ส่วนบุคคล ทำให้เฉลี่ย 5 เดือนแรก2565 สูงขึ้น 5.19 %โดยเดือนพฤษภาคม มีสินค้าในการคำนวณเงินเฟ้อสูงขึ้น 298 รายการ ราคาเท่าเดิม 54 รายการ และราคาลดลง 78 รายการ สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) สูงขึ้น 2.28 %

นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า ลงในรายละเอียดสินค้าสำคัญทำให้เงินเฟ้อสูงถึง 7.10 % คือ กลุ่มพลังงานสูงขึ้น 37.24% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น 35.89% ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก ค่ากระแสไฟฟ้า สูงขึ้น 45.43% ตามการปรับเพิ่มค่าเอฟทีรอบเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2565 และราคาก๊าซหุงต้ม สูงขึ้น 8% จากการทยอยปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่เมษายนถึงมิถุนายนนี้ กลุ่มอาหารสูงขึ้น 6.18% อาทิ เนื้อสุกร ไก่สด ไข่ไก่ ผักสดบางรายการ ส่งผลต่อต้นทุนและราคาอาหารสำเร็จรูปในบ้านและนอกบ้าน รวมถึงกลุ่มไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มราคาปรับขึ้นตามต้นทุน อาทิ ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล (แชมพู ยาสีฟัน สบู่ถูตัว) ปรับเนื่องจากสิ้นสุดโปรโมชั่น กลุ่มสิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด (น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม) ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ (บุหรี่ เบียร์ สุรา) ราคาทยอยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่สินค้าสำคัญราคาลดลง อาทิ กลุ่มข้าวแป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง ลด 2.81% โดยเฉพาะราคาข้าวสาร การศึกษา ลด 0.65% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ลด 0.06%

นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า เงินเฟ้อเดือนมิถุนายน มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สูงเท่าไหร่ขึ้นกับ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ เพดานการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) เพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายนนี้ และการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะอาหารสดและอาหารสำเร็จรูปที่ปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิต รวมถึงต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ การระงับการส่งออกสินค้าในหลายประเทศ และอุปสงค์ที่เริ่มฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยว และการส่งออก ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เงินเฟ้อไทยคงสูงได้อีกในไตรมาส 3 แต่เข้าไตรมาส 4 อาจชะลอตัวได้ เพราะฐานปลายปีก่อนสูงขึ้นด้วย

“กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อปี 2565 ในกรอบ 4.0 – 5.0% และค่ากลาง 4.5% แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญอาจการทบทวนอีกครั้งหลังมิถุนายน โดยสนค.ยังมองว่า เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะสูงไม่ถึง 7%” นายรณรงค์ กล่าว

Advertisement

นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า แต่อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมปีนี้ ถือว่าเป็นอัตราสูงสุดรอบ 13 ปี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายประเทศที่เงินเฟ้อสูงขึ้น อย่างสหรัฐ และยุโรป เงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก สาเหตุจากอุปสงค์ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การตึงตัวของอุปทาน และมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ทำให้อุปทานไม่สมดุลกับอุปสงค์มากขึ้น สำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึงประเทศไทย อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยยังสูงไม่มากนัก เฉลี่ยระดับ 8-10%