ททท.เร่งเครื่องท่องเที่ยว โรดโชว์‘อินเดีย-ยุโรป’ ปลุกตลาดใกล้-เขย่าตลาดไกล พร้อมเปิดประเทศ…Welcome to Thailand

6.06.22 | 15:31 น.

หลังจากประเทศไทยกลับมาเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบอีกครั้ง ในเดือนมิถุนายน 2565 เป็นต้นไป ผ่านการผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศ และการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือการเปิดให้บริการของหลายธุรกิจ ทำให้เห็นความคึกคักของบรรยากาศทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวไทย ที่เรียกได้ว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการสูบฉีดเลือดหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกาย เพราะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้เข้าประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ

แต่ที่ผ่านมาการระบาดโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป และขณะนี้ก็ยังเห็นการฟื้นตัวกลับมาไม่เต็มที่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเดินหน้าทำตลาดให้มากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เป็นหัวหน้าการทำตลาด จึงเห็นทีม ททท.ขนทัพเอกชนท่องเที่ยวไทย บินลัดฟ้าโรดโชว์ในประเทศต่างๆ เพื่อปลุกแถมเขย่าตลาดเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดโควิดระบาดด้วย

ททท.เตรียมแนวทางการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวในตลาดระยะใกล้ ในเอเชีย และแปซิฟิกใต้ มีแผนการทำงานคือ 1.ฟื้นคืนฐานตลาดกลุ่มกระแสหลัก 2.สามารถเดินทางต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี ซึ่งได้วางสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 เป็นตลาดระยะใกล้ 62% และตลาดระยะไกล 38% โดยตลาดที่เห็นโอกาสและมีศักยภาพในขณะนี้ ได้แก่ ตลาดอินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เพราะใช้เวลาเดินทางไม่มาก สามารถปูพรมให้ท่องเที่ยวไทยได้ตลอดทั้งปี เพื่อให้มีความสมดุลกับตลาดระยะไกล ที่เป็นตลาดเฉพาะช่วงเวลา ทำให้ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) เห็นเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยลดลง เพราะสามารถท่องเที่ยวในประเทศเองได้ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่ตลาดระยะสั้น

โดย ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตลาดต่างประเทศที่สำคัญสุดในปี 2565 คือ ตลาดระยะใกล้เป็นหลัก โดยเฉพาะตลาดอินเดีย เนื่องจากใช้เวลาในการเดินทางไม่มาก โดยประเมินว่าไตรมาส 4/2565 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้ามาทะลุ 1 แสนคนต่อเดือนได้แน่นอน ซึ่งจะดันให้ทั้งปี 2565 มีชาวอินเดียเข้ามาเที่ยวไทยแตะ 6 แสนคนได้ หากประเมินในปี 2562 ช่วงก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 ไทยเคยมีชาวอินเดียเข้ามาเที่ยวกว่า 1.9 ล้านคน ซึ่งถือเป็นปีที่ดีที่สุด ทำให้ปี 2565 เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศ จึงคาดว่าสัดส่วน 40% จะฟื้นกลับมา ถือว่าเป็นการฟื้นตัวที่เร็วมาก และคาดว่าในปี 2566 จะมีชาวอินเดียเข้ามาได้ถึง 80% ของปี 2562

Advertisement

“ประเมินว่า เผลอๆ ในช่วงไตรมาส 2/2566 อาจมีนักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามาเที่ยวไทย ฟื้นตัวแบบแตะ 1 ล้านคนได้ เพราะในปี 2565 คาดว่าจะฟื้นตัวได้ประมาณ 40% คิดเป็นจำนวน 6 แสนคน รวมกับปี 2566 อีก 40% รวมเป็น 80% ซึ่งมองว่าเป็นตัวเลขที่มีความเป็นไปได้สูง หากไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามาเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอีก” ธเนศวร์กล่าว

ททท.ไม่รอช้า พาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมงาน South Asia Travel and Tourism Exchange (SATTE) 2022 เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยนำคณะสื่อมวลชนไทยร่วมทริป ตามสังเกตการณ์ด้วย

งาน South Asia Travel and Tourism Exchange (SATTE) 2022 ถือเป็นงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว (Trade Show) ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของอินเดีย มีกระแสตอบรับที่ดีมาก โดย ททท.ได้หารือร่วมกับออนไลน์ ทัวร์ โอเปอเรเตอร์ เจ้าใหญ่ที่สุดของอินเดีย ได้ตอบรับในหลักการ พร้อมขอให้ผู้ประกอบการไทยจัดทำแผนขยายปลายทางในการท่องเที่ยว นอกเหนือจากภูเก็ต กรุงเทพฯ พัทยา ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวอินเดีย โดยให้เสนอเชียงใหม่และเชียงราย เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการ
กระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปที่อื่นมากขึ้น

ซึ่งนี่คือความพยายามของ ททท.ที่เริ่มเห็นผล!

กลุ่มเป้าหมายที่เน้นตอนนี้ เป็นกลุ่มแต่งงาน เชื่อมั่นว่ามาจัดงานที่ไทยแน่นอน จะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนสิ้นปีนี้ ต่อเนื่องทุกเดือน โดยส่วนมากคู่แต่งงานชาวอินเดีย สนใจจัดงานตามแหล่งท่องเที่ยวติดทะเล โดยเฉพาะพัทยาและภูเก็ต มีทั้งการเหมาเรือยอชต์ขนาดใหญ่เพื่อเฉลิมฉลอง เป็นกลุ่มมีศักยภาพการใช้จ่ายที่สูงมาก รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยฝั่งความต้องการ (ดีมานด์) ไม่มีปัญหา เพราะชาวอินเดียอยากมาเที่ยวไทยสูงมาก ติดที่สายการบินต้องเพิ่มเที่ยวบินให้มากขึ้น

สำหรับตลาดระยะไกล ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ไทยมีความจำเป็นในการทำตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยได้เดินหน้าจัดโรดโชว์ในตลาดยุโรป 3 ประเทศหลัก ได้แก่ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม เมื่อวันที่ 23-25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพราะเป็นเมืองที่มีผู้ซื้อมาก และเป็นการโรดโชว์ครั้งแรกในยุโรปนับตั้งแต่เกิดการระบาดโควิด-19 หรือในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งเป้าหมายในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเข้ามาเที่ยวไทย จำนวน 2.5 ล้านคน สร้างรายได้รวมที่ 2 แสนล้านบาท หากเทียบกับปี 2562 ที่มีนักท่องเที่ยวยุโรปมาไทย 8.2 ล้านคน สร้างรายได้ 5 แสนล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวต่อทริป 7 หมื่นบาท สูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ที่อยู่ประมาณ 6 หมื่นบาท

เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของ ททท. ที่ประเมินว่าแนวโน้มตลอดปี 2565 มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะไปถึงเป้าหมายในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 7-10 ล้านคน ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวไทยตั้งเป้า 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้รวมของภาคการท่องเที่ยวในปี 2565 ที่ 1.5 ล้านล้านบาท คิดเป็นการฟื้นตัว 50% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนเจอโควิด

ภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ปี 2565 เป็นปีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อินเดียครบรอบ 75 ปี ทางสถานทูตจะนำนโยบายซอฟต์เพาเวอร์ที่รัฐบาลต้องการผลักดันมาส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ โดยจัดเทศกาลอาหารไทยในเมืองสำคัญ ประกอบด้วย นิวเดลี
มุมไบ เจนไน และกัลกัตตา โรงแรมระดับ 5-6 ดาวในอินเดียจะมีเมนูอาหารไทย โดยฝีมือเชฟชาวไทย รวมทั้งเชฟชาวอินเดีย และผู้ช่วยเชฟที่ถูกส่งไปเรียนทำอาหารไทยในประเทศไทยมาก่อน

“อาหารไทยเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในอินเดียมาก และคนอินเดียจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้รับประทานอาหาร การสร้างภาพลักษณ์ในรูปแบบนี้จะส่งเสริมให้คนอินเดียอยากไปเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น” ท่านทูตภัทรัตน์กล่าว และว่า อาหารไทยจะเป็นสิ่งที่ชูขึ้นมาเพื่อให้ชาวอินเดียรู้จักมากยิ่งขึ้น จากที่รู้จักในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งอาหารไทยหลายเมนูเป็นที่นิยมของชาวอินเดียด้วย อาทิ แกงเขียวหวานไก่ ผัดไทย ส้มตำ ต้มยำกุ้ง แกงเผ็ดไก่ และผัดกะเพรา

ความต้องใจในการประชาสัมพันธ์อาหารไทยไม่ได้มีเพียงการสร้างความรู้จักเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการทำให้อาหารไทยเข้าไปอยู่ในมื้ออาหารของครอบครัวชาวอินเดียด้วย อาทิ การซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงไปประกอบอาหารทานกันในครอบครัวที่บ้าน ซึ่งขณะนี้เริ่มมีบางโรงแรมเปิดสอนการทำอาหารไทย มีชาวอินเดียเข้าไปเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น

“เห็นอาหารไทยที่เป็นมังสวิรัติ ได้รับการตอบรับจากชาวอินเดียอย่างแพร่หลาย รวมถึงหนังสือเมนูอาหารไทยฉบับเน้นสไตล์มังสวิรัติจะได้รับการเผยแพร่ตามร้านอาหารไทย ที่อยากได้ลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวอินเดียเข้าร้าน โรงแรม หรือเสิร์ฟบนเครื่องของบริษัทสายการบินไทยที่บินไปอินเดีย เมนูที่เลือกยังสามารถรองรับแผนการส่งเสริมผัก ผลไม้ไทยสู่โรงแรมห้าดาว อาทิ ยำส้มโอ ยำผลไม้ไทย ซอสหรือน้ำพริกมะขาม ลำไย และทุเรียน ถือเป็นผลไม้ที่ชาวอินเดียชื่นชอบมาก โดยปัจจุบันชาวอินเดียมีความชื่นชอบประเทศไทยมาก ทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหาร ประเพณีวัฒนธรรม และคนไทย ในความรู้สึกถึงการเป็นมิตร หากสามารถทำตลาดดีๆ เชื่อว่านักท่องเที่ยวชาวอินเดียจะฟื้นตัว และกลับเข้ามาเที่ยวไทยอย่างรวดเร็วแน่นอน” ท่านทูตกล่าวสรุป

ถึงเวลาในการระดมทุกสรรพกำลัง เพื่อฟื้นตลาดท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อได้ รวมถึงไม่เสียโอกาสในการทำตลาดให้กับประเทศคู่แข่งที่กลับมาเปิดการท่องเที่ยวและรุกช่วงชิงตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่แพ้ไทยเช่นกัน!

วิณัฐฏาภรณ์ ศิริโสม