“วงษ์สยาม” ยื่นคลัง ขอนัดเซ็นสัญญาท่ออีอีซี
วันที่ 6 มิถุนายน 2565 นายอนุฤทธิ์ เกิดสินธ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยระบุเรื่อง ขอนัดหมายเพื่อลงนามสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ดังนี้
ตามหนังสือที่อ้างถึง 1. – 3. บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด (บริษัทฯ ได้มีหนังสือขี้แจงความเสียหายอันเนื่องมาจากกรทอดเวลาในการลงนามสัญญาซึ่งจะส่งผลให้กรมธนารักษ์ไดัรับผลตอบแทนและส่วนแบ่งรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย (ที่กรมธนารักษ์กำหนดไว้ เดือนละ 41,092,029.66 บาท โดยแบ่ง เป็นค่าผลตอบแทนเดือนละ จำนวน 3,720,363 บาท ส่วนแบ่งรายได้เดือนละ จำนวน 37,371,666.66 บาท) และบริษัทฯขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดีต่อหน่วยงานของรัฐ พนักงานเจ้าหน้าที่ และบุคคลผู้เกี่ยวข้องทั้งทางอาญาและทางแพ่งจนถึงที่สุดเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทฯ ประกอบกับ บริษัทฯ ได้รับความเสียหายจากการเตรียมการเพื่อดำเนินการ ซึ่งไม่เป็นไปตามแผนงานตามโครงการฯ ที่เสนอต่อกรมธนารักษ์ และผู้ใช้น้ำมีความสับสนในการเจรจากับบริษัทฯ ส่งผลให้ไม่สามารถเตรียมการรับน้ำได้ และอาจส่งผลกระทบให้ไม่สามารถส่งจ่ายน้ำได้อย่างต่อเนื่องนั้น
ทั้งนี้ บริษัทฯ เป็นผู้ใด้รับสิทธิบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก โดยได้รับความเห็นชอบจากมติคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ในการประชุม ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการคัดเลือกเอกชนเพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกินห้าร้อยล้านบาท พ.ศ. 2564 ข้อ 29 กล่าวคือ “ข้อ 29 เมื่อได้ผลการคัดเลือกเอกชนที่ผ่านการเจรจากับผู้ได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้คณะกรรมการคัดเลือกรายงานการดำเนินการและผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาที่ผ่านการเจรจา กับผู้ได้รับการคัดเลือกและเงื่อนไขสำคัญของสัญญา ให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ในกรณีที่ร่างสัญญาที่ผ่านการเจรจากับผู้ได้รับการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งมีสาระสาคัญแตกต่างไปจากร่างสัญญาที่สานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาแล้ว ให้ส่งร่างสัญญาดังกล่าวให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณา
เมื่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ ลงนามในสัญญาต่อไป”
จากระเบียบข้างตัน บริษัทฯ เห็นว่า เมื่อกระบวนการเปิดประมูลโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้อง ดังนี้
1) บริษัทฯ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือก 2) ร่างสัญญาของโครงการฯ ได้ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว 3) คณะกรรมการที่ราชพัสดุให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกและร่างสัญญาดังนั้น กรมธนารักษ์ต้องเร่งดำเนินการลงนามสัญญาโดยเร็ว ประกอบกับศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวที่ บมจ. จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EAST WATER) ร้องขอรวม 2 ครั้ง และมีคำสั่งไม่รับคำร้อง อีก 1 ครั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของภาครัฐ จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันชอบธรรมตามกฎหมายที่กรมธนารักษ์ต้องจัดให้มีการลงนามในสัญญาในการนี้ บริษัทฯ จึงขอนัดลงนามสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจกรระบบห่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2565
อนึ่ง การประวิงเวลาในการปฏิบัติตามพันธะของรัฐที่มีต่อบริษัทฯ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ จนไม่อาจจะเยี่ยวยาได้ ดังนั้น บริษัทฯ จึงขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดีต่อหน่วยงานของรัฐพนักงานเจ้าหน้าที่และบุคคลผู้เกี่ยวข้องทั้งทางอาญาและทางแพ่งจนถึงที่สุดเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทฯจึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการเร่งรัดลงนามสัญญาโดยด่วน ผลเป็นประการใดโปรดแจ้งให้บริษัทฯ ทราบภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2565 จักขอบพระคุณยิ่ง


