หน้าแรก เศรษฐกิจ อั้นไม่อยู่ &...

อั้นไม่อยู่ ‘ดีเซล’ ขึ้นอีก 1 บาท ‘10 ล้อ’ ขยับค่าขนส่ง 2 วันติด เงินเฟ้อ พ.ค.พุ่ง 7% สูงรอบ 13 ปี

7.06.22 | 08:26 น.
น้ำมัน

อั้นไม่อยู่ ‘ดีเซล’ ขึ้นอีก 1 บาท 10 ล้อขยับค่าขนส่ง 2 วันติด เงินเฟ้อ พ.ค.พุ่ง 7% สูงรอบ 13 ปี

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ราคา น้ำมันดีเซล ขยับขึ้นอีกลิตรละ 1 บาท จากลิตรละ 32.94 บาท เป็นลิตรละ 33.94 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้ และต้องรอลุ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้าว่าจะปรับราคาขึ้นอีกหรือไม่

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 1 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับจากลิตรละ 32.94 บาท เป็นลิตรละ 33.94 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนนี้ เป็นผลมาจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังผันผวน ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 158.29 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากเดิมสัปดาห์ก่อนที่มีราคา 149.49 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากสาเหตุมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปที่จะห้ามนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย และการเปิดประเทศของจีน ตลอดจนปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ลดลงกว่า 1.2 ล้านบาร์เรล

นายวิศักดิ์กล่าวว่า กบน.ปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันประเภทแก๊สโซฮอล์91 และแก๊สโซฮอล์95 ลงลิตรละ 0.93 บาท จากจัดเก็บลิตรละ 1.02 บาท เหลือ 0.09 บาท และ E20 ลดลงลิตรละ 0.94 บาท เดิมจัดเก็บลิตรละ 0.12 บาท ปรับเป็นให้การชดเชย 0.82 บาท เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันประเภทแก๊สโซฮอล์ปรับราคาเพิ่มขึ้นถึง 10 ครั้ง และปรับลดลงเพียง 1 ครั้งเท่านั้น จึงกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคประชาชนมากเกินไป โดยที่ประชุมจึงมีมติช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ผลจากมติ กบน.ที่ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ประมาณ 1 บาทต่อลิตร ทำให้สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนอี85 ลดลง 0.40 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 7 มิถุนายน 2565 เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป

นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่ กบน.มีมติปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นอีก 1 บาทต่อลิตร จาก 33 บาท เป็น 34 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 7 มิถุนายนนี้ สมาพันธ์ก็จะปรับค่าขนส่งเพิ่มทันทีอีก 3% ในส่วนลูกค้าขาจร ขณะที่ลูกค้าประจำจะยังคงราคาเดิมไปก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์ ประกอบกับเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เพิ่งปรับขึ้นค่าขนส่งไป 3% หากปรับขึ้นอีกจะทำให้ลูกค้ารับภาระไม่ไหว

Advertisement

ขณะที่ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนพฤษภาคม เท่ากับ 106.62 สูงขึ้น 7.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นอัตราสูงสุดในรอบ 13 ปี และสูงขึ้น 1.40% จากเดือนเมษายนปีนี้ ปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานและอาหารปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมาตรการการตรึงราคาก๊าซหุงต้มสิ้นสุดลงและปรับขึ้นเป็นขั้นบันได และการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 5 เดือนแรกปีนี้สูงขึ้น 5.19%

นายรณรงค์กล่าวต่อว่า เมื่อลงในรายละเอียดสินค้าสำคัญทำให้เงินเฟ้อสูง ได้แก่ กลุ่มพลังงาน สูงขึ้น 37.24% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง สูงขึ้น 35.89% ค่ากระแสไฟฟ้า สูงขึ้น 45.43% ราคาก๊าซหุงต้ม สูงขึ้น 8% กลุ่มอาหาร สูงขึ้น 6.18% อาทิ เนื้อสุกร ไก่สด ไข่ไก่ ผักสดบางรายการ ส่งผลต่อต้นทุนและราคาอาหารสำเร็จรูปในบ้านและนอกบ้าน รวมถึงกลุ่มไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มราคาปรับขึ้นตามต้นทุน อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาส 3 แต่เมื่อเข้าไตรมาส 4 อาจชะลอตัวได้ เพราะฐานปลายปีก่อนสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อปี 2565 ในกรอบ 4.0-5.0% และค่ากลาง 4.5% แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญอาจมีการทบทวนอีกครั้งหลังเดือนมิถุนายน โดย สนค.มองว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะสูงไม่เกิน 7%