สรรพสามิตเผย ราชกิจจาฯลดภาษีอีวี จาก 8% เหลือ 2% ประกาศวันนี้ ใช้ 9 มิ.ย.ทันที

แฟ้มภาพ

สรรพสามิตเผย เตรียมออกราชกิจจาฯ ลดภาษีอีวี จาก 8% เหลือ 2% วันนนี้ เชื่อมีค่ายรถพร้อมจ่อคิวอีก 3-4 เจ้า

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ขั้นตอนของการออกกฎหมายลดภาษีสรรพสามิต สำหรับสนับสนุนรถอีวี จาก 8% เหลือ 2% ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2565 และมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป คือวันที่ 9 มิถุนายน 2565

“เชื่อว่าหลังประกาศราชกิจจาฯเรียบร้อย จะทำให้ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทยอยเข้ามาลงนามข้อตกลง หรือเอ็มโอยู เข้าร่วมรับการสนับสนุนจากรัฐบาลมากขึ้น เชื่อว่าในปีนี้จะมีค่ายรถยนต์อีกอย่างน้อย 3-4 ค่าย โดยเป็นค่ายรถจากญี่ปุ่นและจีน และค่ายรถจักยานยนต์อย่างน้อย 2-3 ค่าย จากไทยและจีน” นายณัฐกรกล่าว

นายณัฐกรกล่าวว่า ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนชิปนั้น ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ค่ายรถยนต์ที่เปิดจองรถยนต์ไฟฟ้าไปก่อนหน้านี้ต้องหยุดรับจองรถชั่วคราวเกือบ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากบริษัทแม่ของแต่ละค่ายรถยนต์จำเป็นต้องกระจายรถยนต์ที่ผลิตแล้ว ส่งไปให้ลูกค้าที่ประเทศอื่นด้วย ขณะที่ไทยมียอดจองรถยนต์ไฟฟ้ารวมขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นคัน ยอมรับว่าหากปัญหาการขาดแคลนชิปยังยืดเยื้อเป็นปี ก็จะกระทบต่อแผนส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้

“ปัญหาขาดแคลนชิปเกิดขึ้นทั่วโลก เช่น ค่ายรถยนต์ของจีนที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ 100 คัน ก็ต้องกระจายส่งไปให้ประเทศอื่นทั่วโลกด้วย มองว่าในระยะสั้นจะยังไม่กระทบต่อแผนการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แต่หากยืดเยื้อเป็นปีก็อาจจะกระทบบ้าง เป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ และขึ้นอยู่กับบริษัทแม่ของแต่ละค่ายรถว่าจะได้ชิปมากพอที่จะผลิตรถยนต์และส่งมาให้ไทยมากน้อยแค่ไหน ภายในสิ้นปีนี้จะรู้ และจะมีการประเมินสถานการณ์เพื่อหาแนวทางแก้ไขอีกครั้ง” นายณัฐกรกล่าว

Advertisement

นายณัฐกรกล่าวว่า ขณะนี้พบว่าค่ายรถยนต์ที่เปิดจองรถยนต์ไฟฟ้าไปก่อนหน้านี้ได้มีการทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าไปแล้วประมาณ 500 คัน และคาดว่าหลังการประกาศราชกิจจาฯฉบับนี้ แต่ละค่ายรถจะทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าได้อีกประมาณ 1,500 คัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายณัฐกรกล่าวอีกว่า จากการที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โรดโชว์ประเทศญี่ปุ่นเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่าน นับเป็นสัญญาณดีที่จะช่วยกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นปรับแผนหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเร็วขึ้น จากเดิมในปี 2573 เป็นภายในปี 2569

นายณัฐกรกล่าวว่า ค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่นที่ทำเอ็มโอยูเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทย แล้ว ได้แก่ โตโยต้า ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นค่ายอื่นๆ จะทยอยเข้าร่วมมาตรการรัฐฯ ตามมา รวมทั้งค่ายรถยนต์ของจีน ทั้ง ค่ายรถยนต์เนต้า และ ค่ายรถยนต์ฉางอาน ซึ่งมีแผนที่จะว่าจ้าง ฟ็อกซ์คอนน์ ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอยื่นรับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อเข้ามาสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า สาเหตุที่ทำให้มีการออกประกาศล่าช้า เนื่องจากกรมสรรพสามิตจะต้องมีการทำกฎหมายลูกถึง 25 ฉบับ เพื่อใช้สนับสนุนมาตรการการลดภาษีครั้งนี้ จึงทำให้ใช้เวลาในการพิจารณาระยะหนึ่ง โดยเฉพาะสาระสำคัญเกี่ยวกับคำนิยามของรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถจักรยายนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ที่จะเข้าข่ายได้รับการสนับสนุนมาตรการภาษี และเงินอุดหนุนจากรัฐ ประกอบกับที่ผ่านมาอยู่ช่วงการเปลี่ยนถ่ายอธิบดีกรมสรรพสามิตคนใหม่ มาเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งจะต้องเป็นผู้ลงนามกฎหมาย จึงทำให้กระบวนพิจารณาชะลอออกไป

ส่วนกรณีค่ายรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบปัญหาเรื่องการค้างส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าหลายพันคัน เนื่องจากรอประกาศกฎหมายลดภาษีสรรพสามิตอยู่นั้น เชื่อว่าหลังจากประกาศกระทรวงการคลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลายไปได้ โดยค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมสามารถนำรถยนต์ไฟฟ้า ส่งมอบให้กับลูกค้าโดยได้รับการสนับสนุนมาตรการภาษีโดยทันที

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image