‘พิพัฒน์’ จ่อชง ‘ศบค.’ 17 มิ.ย.นี้ ยกเลิกไทยแลนด์พาสให้ต่างชาติ ลุ้นมีผล 1 ก.ค.นี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ จะเสนอให้ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ยกเลิกระบบไทยแลนด์ พาส สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจะขอให้มีผลวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป หลังจากได้ยกเลิกสำหรับคนไทยไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังต้องลงทะเบียนในระบบไทยแลนด์ พาส เพื่อแจ้งข้อมูลการฉีดวัคซีน การซื้อประกันสุขภาพอยู่ ซึ่งจะทำให้การซื้อประกันสุขภาพ มูลค่า 10,000 เหรียญสหรัฐ ยกเลิกด้วยแบบอัตโนมัติ โดยประเมินว่าหาก ศบค.เห็นด้วยและอนุมัติให้ยกเลิกไทยแลนด์ พาส จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะดวกขึ้น รวมถึงจะไม่มีการบังคับทำประกันสุขภาพแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยจูงใจให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เดินทางข้ามชายแดนเข้ามามากขึ้น เพราะมีระยะเวลาพำนักในไทยจำนวนไม่มากนัก
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ด้านการการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ค่าเหยียบแผ่นดิน) คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บเร็วที่สุดในไตรมาส 4/2565 หรืออย่างช้าสุดในไตรมาส 1/2566 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาวิธีการจัดเก็บและอัตราสำหรับการเดินทางเข้าทางบกและทางเรือ ซึ่งจะเก็บอัตราต่ำกว่าทางอากาศที่สรุปแล้วคนละ 10 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 300 บาท ส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ส่วนต่อขยาย 1.5 ล้านสิทธิ ขณะนี้คาดว่าจะสามารถเปิดให้ลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม เริ่มเดินทางได้วันที่ 8 กรกฎาคม กำหนดการจองเข้าพักวันสุดท้ายในวันที่ 23 ตุลาคม และสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 นอกจากนี้ หลังจากนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง พิจารณางบประมาณในการเพิ่มโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 อีก 1.5 ล้านสิทธิ เพื่อให้รวมเป็น 3 ล้านสิทธิ และสามารถเริ่มดำเนินโครงการได้ต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ที่ต้องสำรวจงบประมาณที่มีอยู่ ว่าจะสามารถดำเนินโครงการเพิ่มได้หรือไม่
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ททท.จะประชุมร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อสอบถามว่า ต้องการให้รัฐบาลปลดล็อกเพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องใดอีก จากนั้นจะรวมข้อมูลนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค. วันที่ 17 มิถุนายนนี้ รวมถึงในระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2565 ททท.ได้จัดงาน Thailand Travel Mart Plus 2022 (TTM+ 2022) ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่โรงแรมอังสนา ลากูน่า จ.ภูเก็ต เพื่อเร่งยกระดับศักยภาพห่วงโซ่อุปทานและสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว หลังจากเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 ถือเป็นการกลับมาจัดงาน TTM+ อีกครั้งในรอบ 2 ปี สอดรับกับการส่งเสริมปีท่องเที่ยวไทย 2565-2566 และนโยบายเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยคาดว่าการจัดงานครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 1,290 ล้านบาท
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ภายในงานนี้ได้เชิญผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยเข้าร่วมงานในฐานะผู้ขาย (Seller) จำนวน 264 ราย ประกอบด้วยประเภทธุรกิจโรงแรมที่พัก 229 ราย บริษัทท่องเที่ยว 13 ราย สถานบันเทิง 4 ราย โรงพยาบาลและสถานประกอบการเชิงสุขภาพ 3 ราย กลุ่ม Business Travel / MICE 1 ราย และประเภทอื่นๆ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว สวนสนุก โรงเรียนสอนทำอาหารและร้านอาหาร กอล์ฟคลับ 14 ราย โดยมีอัตราผู้ประกอบการรายใหม่เข้าร่วม 39% ขณะที่ผู้ประกอบการเข้าร่วมงานในฐานะผู้ซื้อ( Buyer)จาก 45 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วม 276 ราย และมีอัตราผู้ประกอบการรายใหม่เข้าร่วม 45.7 % เกิดการเจรจากัน 8,000 นัดหมาย ไม่เพียงเท่านั้น ททท. จัดงาน TTM+ 2022 ในรูปแบบ Hybrid เพิ่มรูปแบบออนไลน์สำหรับประเทศที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน

