นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT รายงานตัวเลขการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในช่วง 4 เดือนแรก 2565 มีมูลค่า 6,574.87 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 167.72% หรือมูลค่า 213,709.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.29% หากหักการส่งออกทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป มีมูลค่า 2,531.62 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 41.22% หรือมูลค่า 83,016.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.57% เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ในหลายๆประเทศเริ่มคลี่คลาย มีการเปิดประเทศ การกลับมาของนักท่องเที่ยว ที่ส่งผลให้กำลังซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์ ของฝาก อัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มสูงขึ้น
นายสินิตย์ กล่าวต่อว่า การส่งออกหลายตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น สหรัฐฯ เพิ่ม 38.21% อินเดีย เพิ่ม 131.10% ฮ่องกง เพิ่ม 4.36% เยอรมนี เพิ่ม 12.65% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 221.20% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 84.15% เบลเยี่ยม เพิ่ม 37.07% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 27.22% ญี่ปุ่น เพิ่ม 13.33% และอิตาลี เพิ่ม 120.21% สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น เช่น เครื่องประดับเงิน เพิ่ม 14.24% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 43.12% เพชรเจียระไน เพิ่ม 68.11% เครื่องประดับเงิน เพิ่ม 14.24% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 43.12% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 32.01% และเฉพาะทองคำ เพิ่ม 509.71%
นายสินิตย์ กล่าวว่า มีปัจจัยหนุนจากการเปิดเมือง คาดว่าจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีเม็ดเงินกลับคืนมา แต่สถานการณ์ต่างๆยังคงมีความเสี่ยงหลายประการอาจส่งผลต่อการส่งออก ผู้ประกอบการต้องวางแผนทางธุรกิจในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละตลาด และใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีโดยเฉพาะอาร์เซ็ป ซึ่งเป็นข้อตกลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สามารถใช้สร้างแต้มต่อทางการค้าและขยายฐานลูกค้าในภูมิภาค เพื่อกระจายความเสี่ยงของตลาดได้

