‘เสี่ยสหพัฒน์’ โอดธุรกิจแบกต้นทุนสินค้าหนักกว่าวิกฤตเมื่อ 26 ปีก่อน ‘ผงซักฟอก’ จ่อขึ้นราคา

9.06.22 | 20:00 น.
บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์

‘เสี่ยสหพัฒน์’ โอดธุรกิจแบกต้นทุนสินค้าหนักกว่าวิกฤตเมื่อ 26 ปีก่อน ผงซักฟอกจ่อขึ้นราคา

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น มาจากสงครามรัสเซียกับยูเครน ทำให้ต้นทุนสินค้าหลายรายการได้รับผลกระทบ และคงต้องปรับขึ้นราคาสินค้า แต่จะบอกว่าไม่ขึ้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเหตุการณ์มันเปลี่ยนไปมาก ครั้งนี้รุนแรงกว่าเมื่อ 26 ปีก่อน ที่ทำให้เราจัดสหกรุ๊ปแฟร์ครั้งแรก เพราะมีวิกฤตค่าเงินบาท

ยื่น พณ.ขึ้นบะหมี่-ผงซักฟอก

นายบุณยสิทธิ์กล่าวต่อว่า สินค้าที่จะขึ้นราคานั้นต้องดูวัตถุดิบ 3 เดือนก่อนมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน เพราะช่วงโควิด-19 ยังไม่ทำให้วัตถุดิบขึ้นราคารุนแรง แต่หลังมีสงครามทำให้วัตถุดิบขึ้นสูง ตอนนี้ยังไม่จบ และขึ้นเร็วด้วย กระทบมากสุดคือ บะหมื่กึ่งสำเร็จรูป ที่ข้าวสาลีและน้ำมันปาล์มขึ้นราคาหมด เราไม่ขึ้นไม่ได้ แต่ว่าการขึ้นจะทำยังไงไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อน กำลังหารือกับกระทรวงพาณิชย์ถึงการขึ้นราคา เพราะเป็นสินค้าควบคุม ถ้าไม่ขึ้นก็ไม่ได้ ทุกประเทศก็ขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหมดแล้ว เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน ของไทยเรายังไม่สรุปราคาที่เหมาะสมเพราะต้นทุนวัตถุดิบยังไม่นิ่งแต่ว่าขึ้นแน่ แต่จะขึ้นเท่าไหร่ยังต้องดูอีกที ส่วนสินค้าอื่นที่จะขึ้น เช่น ผงซักฟอก เพราะราคาวัตถุดิบสูงขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งไปดูต้นทุนวัตถุดิบ เพราะเราก็บอกไม่ได้ว่าจะแบกต้นทุนได้นานแค่ไหน อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์เมตตา ซึ่งต้นทุนวัตถุดิบคราวนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ค่อยๆ ปรับขึ้น แต่ครั้งนี้ขึ้นพรวดเดียว ดีไม่ดีอาจจะเกิดของขาดด้วย และถ้าหากควบคุมราคานานอาจจะเกิดสินค้าขาดแคลน แต่ถ้าปล่อยให้ทยอยปรับขึ้น ไม่น่าจะปัญหา

ห่วงเงินเฟ้อ-สงคราม-ค่าครองชีพ

“นอกจากราคาสินค้าแล้ว ปัญหาที่เป็นห่วง คือค่าครองชีพต่างๆ ที่สูงขึ้น ซึ่งเงินเดือนเราก็ต้องปรับ ทุกอย่างอยู่ในขั้นที่เรากำหนดไม่ได้ แต่ว่าเรามีเตรียมพร้อมอยู่ว่าแต่ละสเต็ปจะต้องทำยังไง ส่วนเงินเฟ้อที่สูง ต้องเฝ้าดูว่าสงครามจะยุติได้เร็วหรือช้า หลังสู้รับกัน 109 วัน แล้วก็ยังไม่จบ” นายบุณยสิทธิ์กล่าว

นายบุณยสิทธิ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มองว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยยังดีและได้เปรียบประเทศอื่น แม้ว่าเราแย่ แต่เราเป็นประเทศส่งออกอาหาร ส่วนการลงทุนก็ต้องดูจังหวะและลงทุนธุรกิจแบบใหม่ๆ ซึ่งสหพัฒน์เองหลังมีโควิดเน้นธุรกิจด้านสุขภาพมากขึ้น และบริษัทในเครือได้ทยอยผลิตสินค้าออกมารองรับ และต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับเหตุการณ์ อย่างวันนี้สหกรุ๊ปแฟร์จะพยายามเปลี่ยนให้คนใหม่มารันต่อ ทั้งนี้ ในภาพรวมของเครือสหพัฒน์การเติบโตแต่ยังสู้ปีที่ไม่มีโควิดไม่ได้

Advertisement

คาด ศก.ไทยฟื้นเร็วโตได้ 2-3%

“กำลังซื้อในครึ่งปีหลังนี้ มองว่าเมืองไทยจะฟื้นเร็วกว่าคนอื่น เพราะประเทศอื่นอาจจะมีปัญหามากกว่าเรา ซึ่งเมืองไทยมีปัญหาก็จริง แต่รีคัฟเวอร์เร็วกว่าคาดว่า 1-2 ปีนี้จะกลับมาอยู่ในจุดก่อนมีโควิด แม้มีวิกฤตสงครามรัสเซียกับยูเครนจะหนักกว่าโควิดแต่ไม่หนักสุดในประวัติศาสตร์ เพราะสงครามอยู่ที่ยุโรป แต่ส่งผลต่อราคาวัตถุดิบที่ถือว่าครั้งนี้หนักกว่า เพราะของเปลี่ยนแปลงเร็ว ก็หวังว่าเมืองไทยจะไม่มีผู้นำเหมือนยูเครน ถ้าเหมือนเมืองไทยอยู่ไมได้เลยนะ” นายบุณยสิทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีข้อเสนอแนะอะไรต่อรัฐบาลหรือไม่ นายบุณยสิทธิ์กล่าวว่า ไม่บังอาจ แต่มองว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐทำอยู่ก็ใช้ได้ คนวัยรุ่นอาจจะมองไม่ดี แต่คนวัยอย่างฉันมองเทียบกับสมัยก่อนดีกว่าเยอะ และประเมินว่าศรษฐกิจปี 2565 จะขยายตัว 2-3% ตามจีดีพี ซึ่งเศรษฐกิจไทยดีขึ้นถ้าเทียบกับเอเชียด้วยกัน และการส่งออกยังมีโอกาสอีกมาก เพราะไทยเป็นประเทศที่ทำอาหาร ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีงบประมาณ การออกมาตรการคนละครึ่งได้ก็ไม่เลว เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ

ค้าภายในขอให้ตรึงราคา

นายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ ยืนยันว่า สินค้าในเครือสหพัฒน์ไม่ได้ปรับราคาขึ้น เพราะกรมการค้าภายในขอความร่วมมือไว้ โดยจะพยายามตรึงราคาให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน แม้ว่าภาพรวมราคาสินค้าจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่มีผู้ผลิตสินค้าบางรายใช้เป็นข้ออ้างในการขึ้นราคาในช่วงนี้

“เครือสหพัฒน์ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของคน จึงไม่ใช่จังหวะที่จะปรับขึ้นราคาในช่วงนี้ โดยพยายามดูแลต้นทุน และลดในส่วนของกำไรลงแทน แต่สิ่งท้าทายจะทำยังไงให้ประชาชน กล้าจับจ่ายตามปกติ เพราะมองว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบันหดตัวลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้มาจากราคาสินค้าปรับสูงขึ้น แต่มาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เพราะกำลังซื้อยังไม่กลับมาจากโควิด-19 แต่ยังเชื่อว่าสัญญาณเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่ และน่าจะขยายตัวได้ดีกว่าปีที่แล้ว จากภาคท่องเที่ยว และรัฐมีมาตรการดูแลเศรษฐกิจได้ดี” นายบุญเกียรติกล่าว

จัดสหกรุ๊ปแฟร์สินค้าถูก

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังประเทศไทยเผชิญกับโควิด-19 ส่งผลให้งานสหกรุ๊ปแฟร์ที่เคยจัดทุกปีไม่สามารถจัดแบบออนไซต์ได้ 2 ปี ปีนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จึงจัดสหกรุ๊ปแฟร์แบบออนไซต์ควบออนไลน์ ที่ไบเทคบางนา วันที่ 30 มิถุนายน-3 กรกฏาคม 2565 ภายใต้คอนเซ็ปต์ปลดล็อก ช้อปสวนกระแส ช่วยบรรเทาค่าครองชีพคนไทยที่สูงขึ้นมาก