นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี (MHA) จับมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมเชฟประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “แม็คโครคู่คิด ติดปีกร้านอาหาร” เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการจัดอบรมเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการสู่การเป็น Smart Restaurant รองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวหลังเปิดประเทศ ผ่านกิจกรรมเวิร์คช็อป ‘แม็คโครสร้างอาชีพ สตรีทฟู้ดหลักร้อยสู่มืออาชีพหลักล้าน’ โดยเปิดโครงการ ณ แม็คโคร สาขาแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 และวางแผนจัดกิจกรรมดังกล่าวในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมเสริมแกร่งธุรกิจร้านอาหาร ด้วยแคมเปญลดต้นทุนวัตถุดิบ เพิ่มรายได้ เพิ่มกำไร ในยุควัตถุดิบแพง
กิจกรรมเวิร์คช็อป แม็คโครสร้างอาชีพ สตรีทฟู้ดหลักร้อยสู่มืออาชีพหลักล้าน เป็นการจัดอบรมเทคนิคการคำนวณต้นทุน การเลือกวัตถุดิบเพิ่มกำไร เทคนิคเพิ่มมูลค่าให้เมนูอาหาร ให้ผู้สนใจได้เรียนรู้การบริหารและเมนูในร้านอาหารยอดนิยมอย่าง ร้านส้มตำ, ร้านยำ, ร้านข้าวหน้าไก่ย่างหมูย่าง, ร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำใส พร้อมรับใบประกาศนียบัตรหลังจบการอบรม ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัดอย่างต่อเนื่องทุกภูมิภาค เริ่มที่แม็คโคร สาขาแจ้งวัฒนะ วันที่ 10-12 มิถุนายน แม็คโคร สาขาชลบุรี วันที่ 17-19 มิถุนายน แม็คโคร สาขาขอนแก่น วันที่ 11-13 พฤศจิกายน แม็คโคร สาขาเชียงใหม่ วันที่ 18-20 พฤศจิกายน และแม็คโคร สาขาหาดใหญ่ วันที่ 25-27 พฤศจิกายน นอกจากนี้ แม็คโครได้ให้ความสำคัญกับช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในทุกมิติ รวมถึงการจัดแคมเปญลดราคาสินค้าสำหรับร้านอาหาร หมุนเวียนตลอดทุก 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2565 เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ รวมทั้งมีการจำหน่ายอุปกรณ์ และบริการต่างๆ สำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารอย่างครบวงจร สร้างงานสร้างอาชีพได้อย่างรวดเร็ว
“ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ถือเป็นอีกธุรกิจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้ เนื่องจากมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รวมถึงมาตรการล็อกดาวน์และจำกัดการเดินทาง ทำให้ธุรกิจร้านอาหารจำนวนไม่น้อยต้องปิดกิจการ หรือมีรายได้ลดลง จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า มูลค่าธุรกิจร้านอาหารปี 2564 ลดลงเกือบ 7 หมื่นล้านบาทเทียบปีก่อนหน้า อีกทั้งปัจจุบันยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นซ้ำเติมอีก ดังนั้น การจัดตั้งโครงการนี้จึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารให้เตรียมพร้อม สำหรับการเปิดรับโอกาสจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการเปิดประเทศที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก” นางศิริพรกล่าว

