เอ็กซิมแบงก์ เปิดตัวสาขาผู้แทน ‘โฮจิมินห์’ พร้อมเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รองรับนักลงทุนไทยไปเวียดนาม
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดสำนักงานผู้แทนเอ็กซิมแบงก์ ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ว่าการเปิดสาขาตัวแทนดังกล่าวเพื่อรองรับทัพนักลงทุนไทยที่เข้ามาลงทุนในเวียดนาม ขณะเดียวกันได้ปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อใหม่ ด้วยการปล่อยสินเชื่อให้กับนักลงทุนเวียดนามที่เป็นหุ้นส่วนนักลงทุนไทย ผ่านธนาคารของรัฐในเวียดนาม เพื่อความมั่นคง จากเดิมปล่อยสินเชื่อให้เฉพาะนักลงทุนไทยที่มีไปลงทุนในต่างประเทศเท่านั้น
นายรักษ์กล่าวว่า การปรับกลยุทธ์การให้สินเชื่อเพื่อสร้างเครือข่ายในการธุรกิจแบบเติบโตไปด้วยกัน ส่วนเหตุผลการเริ่มต้นเวียดนาม เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่กำลังเจริญเติบโต ภูมิประเทศเชื่อมต่อประเทศจีน และมีความต้องการสินค้าไทย รวมถึงในช่วงไตรมาสแรกปี 2565 เอ็กซิมแบงก์ได้ขยายสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการในเวียดนามมากที่สุดในตลาด CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง จำนวน 13,843 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายรักษ์กล่าวอีกว่า เวียดนามเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ของไทยในอาเซียน การส่งออกของไทยไปเวียดนามเน้นการตอบสนองความต้องการวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางให้แก่ภาคอุตสาหกรรมของเวียดนาม สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปเวียดนาม ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และน้ำมันสำเร็จรูป

“เชื่อว่ารูปแบบนี้จะประสบความสำเร็จ และจะนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้กับกลุ่มประเทศอินโดจีนอื่น ทั้งกัมพูชา ลาว พม่า ซึ่งเอ็กซิมแบงก์ได้เปิดสาขาตัวแทนไปก่อนหน้านี้แล้ว” นายรักษ์กล่าว
นายรักษ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีเอกชนไทยสนใจเข้ามาเจรจากับเอ็กซิมแบงก์ เพื่อขอสนับสนุนการเงินหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำราว 200 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี ซึ่งเอ็กซิมแบงก์จะพิจารณาปล่อยสินเชื่อช่วยเอสเอ็มอีในเวียดนาม 5 ล้านบาทต่อราย เพื่อเสริมสภาพคล่อง ส่วนเอกชนเวียดนามที่เป็นพันธมิตรกับนักลงทุนไทย และนำเข้าสินค้าจากไทยราว 2,000 ราย หากสนใจสินเชื่อก็ต้องติดต่อธนาคารของรัฐในเวียดนามที่เอ็กซิมแบงก์ได้ปล่อยสินเชื่อให้
นายรักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับการปล่อยสินเชื่อให้ธนาคารของรัฐในเวียดนามนั้น เอ็กซิมแบงก์ปล่อยสินเชื่อในวงเงิน 100 ล้านเหรียญ ดอกเบี้ย 3.5% ถือว่าเป็นอัตราที่ผ่อนปรนมาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในระบบของเวียดนามอยู่ที่ 12% แต่มีเงื่อนไขการปล่อยเชื่อ คือเอกชนเวียดนามจะต้องซื้อสินค้าไทยคิดเป็น 50% ของมูลค่าสินเชื่อ ดังนั้น เชื่อว่าจะจูงใจให้เอกชนเวียดนามมายื่นขอสินเชื่อจากธนาคารรัฐเวียดนาม



