นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) เปิดเผยว่า โครงการกองทุนช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากเปิดเสรีทางการค้า หรือ กองทุนเอฟทีเอ ภายใต้การดำเนินงานของ คต. ได้ทำต่อเนื่องมา 15 ปี หรือ 2550-2565 ว่า ในช่วง 15 ปี ได้ให้ความช่วยเหลือ 23 รายการสินค้า และ 6 ประเภทบริการ รวม 62โครงการ เป็นงบประมาณทั้งสิ้น 425 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับสินค้าและบริการไทยให้สามารถปรับตัวและขยายตลาดส่งออกสู่ตลาดโลก จากการที่ประเทศไทยทำความตกลงการค้าเสรี(เอฟทีเอ)จำนวน 14 ฉบับ ใน 18 ประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการบ้างส่วนได้รับผลกระทบและต้องการให้รัฐเยียวยาช่วยเหลือที่ไม่ใช่เงินทุนหรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่เป็นการให้องค์ความรู้ สร้างทักษะและความสามารถในการแข่งขันแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ
นายพิทักษ์ กล่าวต่อว่า แยกความช่วยเหลือจากกองทุนเอฟทีเอ ประกอบด้วย ภาคเกษตร 13 รายการสินค้า รวม 32 โครงการ ใช้งบ 231 ล้านบาท ได้แก่ โคนม โคเนื้อ ส้ม หอมแดง กระเทียม หอมหัวใหญ่ ข้าว ลิ้นจี่ สับปะรด ปลาน้ำจืด ชา น้ำผึ้ง ไม้ตัดดอก มะพร้าว และกาแฟอาราบิกา ภาคอุตสาหกรรม 10 รายการสินค้า รวม 21 โครงการ ใช้งบ 142 ล้านบาท ได้แก่ สิ่งทอ ยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ ปลาป่น เครื่องสำอางสมุนไพร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องหนัง พลาสติก และอิฐมอญ และภาคบริการ 6 ประเภทบริการ รวม 9 โครงการใช้งบ 52 ล้านบาท ได้แก่ โลจิสติกส์ อาหาร ท่องเที่ยว ก่อสร้าง วิศวกรรม และโรงแรม
” หลังได้รับความช่วยเหลือ พบว่า ไม่แค่ลดผลกระทบหลังเปิดเอฟทีเอ แต่ยังสามารถเพิ่มมูลค่าการค้าหรือผลักดันการส่งออก ทำให้โครงการนั้นๆเกิดรายได้ที่เพิ่มจากเดิม 20-30% เป็นส่วนใหญ่ หรือ บางโครงการสร้างมูลค่าการค้าเพิ่มเป็น2-3 พันล้านบาทก็มี ดังนั้น ประเมินได้ว่าช่วง 15 ปีที่ผ่านมา กองทุนเอฟทีเอนี้ ช่วยให้เกิดเงินสะพัดเข้าระบบเศรษฐกิจเป็นหมื่นล้านบาท ถือเป็นโครงการหนึ่งของภาครัฐที่เป็นเครื่องมือสำคัญต่อการดูแลภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมของไทย ยิ่งในอนาคตไทยยังเดินหน้าเจรจาเปิดเสรีการค้าในหลายกรอบความร่วมมือ และความร่วมมืออาร์เซ็ปเพิ่งเริ่มบังคับใช้ต้นปีนี้ เชื่อว่ายังมีกลุ่มเกษตรกรหรืออุตสาหกรรมที่ต้องการให้รัฐเข้าช่วยเหลือ ” นายพิทักษ์ กล่าว
นายพิทักษ์ กล่าวต่อว่า แม้กองทุนเอฟทีเอภายใต้ คต. จบลงแล้ว เพราะไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการกองทุนฯ ตั้งแต่ปี 2564 แต่ยังมีเกษตรกรยื่นสมัครขอรับการความช่วยเหลือจากกองทุนเอฟทีเอจำนวนมากในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นโครงการเกษตร รวมเงินที่ยื่นขอให้ช่วยเหลือรวม 80 ล้านบาท แต่กระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญโดยเสนอจัดตั้งเป็นกองทุนถาวร ภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า พ.ศ. …. ที่อยู่ในขบวนการยกร่างพรบ. และขอความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีต่อไป
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กำลังติดตามยกร่างพรบ.กองทุนเอฟทีเอ ว่าขบวนการจะทันผ่านความเห็นชอบจากครม.ชุดปัจจุบันหรือไม่ เพราะมีหลายขั้นตอน และเพิ่งอยู่ในช่วงทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย

