หน้าแรก เศรษฐกิจ ลุ้น ครม.14 ม...

ลุ้น ครม.14 มิ.ย.ไฟเขียวผันงบหมื่นล้านฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ‘สภาพัฒน์’ แบ่งปล่อยเงิน 3 ล็อต

10.06.22 | 19:03 น.

ลุ้น ครม.14 มิ.ย.ไฟเขียวผันงบหมื่นล้านฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ‘สภาพัฒน์’ แบ่งปล่อยเงิน 3 ล็อต

รัฐบาลเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2565 “สภาพัฒน์” หอบแผนสนับสนุนสร้างแหล่งน้ำ ถนนทั่วไทย ชงครม. 14 มิ.ย.นี้ แย้มแยก 3 เฟส รวมงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท นำร่องล็อตแรกกว่า 2 พันโครงการ จ้างงาน 29 จังหวัด วงเงิน 3 พันล้าน ให้จับตาปี 2566 ทุกภาคคึกคักรับแผนฟื้นฟูหลังเปิดประเทศ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ใน 6 เดือนที่เหลือของปี 2565 เตรียมเม็ดเงินจำนวน 74,000 ล้านบาท ที่ยังเหลือจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการหรือโครงการต่างๆ ในส่วนนี้ได้จัดสรรประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการโครงการเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งได้มีการลงในรายละเอียดของโครงการที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณและการจ้างงาน โดยสศช.จะเสนอรายละเอียดให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติภายในเดือนมิถุนายนนี้ เบื้องต้นในแผนงานได้แบ่งการขออนุมัติออกเป็น 3 ล็อต ต่อล็อตจะสนับสนุนประมาณ 2,000 โครงการ และวงเงินประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อล็อต ซึ่งในการประชุม ครม.วันที่ 14 มิถุนายนนี้ จะเสนอโครงการล็อตแรกจะดำเนินการใน 29 จังหวัดให้ ครม.อนุมัติ เพื่อที่หน่วยงานเจ้าของโครงการจะได้เดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างต่อไป

“ส่วนใหญ่เป็นโครงการงานก่อสร้างขนาดเล็ก วงเงินตั้งแต่ 5-6 แสนบาท ถึง 4-7 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 3-6 เดือน  เช่น สร้างแหล่งน้ำ ถนนของท้องถิ่น กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพราะงานก่อสร้างจะเห็นผลเร็วกว่าโครงการสร้างรายได้ให้ชุมชนที่จะใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าจะเห็นผล และเม็ดเงินจากโครงการเศรษฐกิจฐานรากจะต่อเนื่องกับโครงการในงบประมาณปี 2566 จะเริ่มใช้เงินในเดือนตุลาคมนี้ ก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศฟื้นเร็วตามด้วย” นายดนุชากล่าว

นายดนุชากล่าวว่า ส่วนวงเงิน 48,000 ล้านบาท ที่เหลือจะเป็นการออกมาตรการในระยะถัดไป เช่น ด้านการท่องเที่ยว รวมถึงคนละครึ่ง อยู่ระหว่างหารือร่วมกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีหลายรูปแบบที่ต้องรอผลสรุปก่อน แน่นอนกระตุ้นทั้งการท่องเที่ยว การบริโภคและลดภาระ เช่น โครงการคนละครึ่ง ที่ยังมีเรียกร้องกันอยู่ ก็ต้องดูให้เหมาะสมตามสถานการณ์และเงินงบประมาณ รวมถึงช่วงที่เหมาะสมในการทำโครงการ

สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทย ต้องยอมรับว่าครั้งปีหลัง 2565 ยังอยู่ในช่วงเปราะบาง เพราะยังมีปัจจัยรุมเร้าสะสมอยู่ ทั้งผลยืดเยื้อของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ผลกระทบจากการใช้มาตรการแซงก์ชั่น แม้การส่งออกและการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้น ซึ่ง 6 เดือนจากนี้เป็นช่วงฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หากผ่านไปด้วยดี และเติมด้วยภาคลงทุนที่รัฐบาลกำลังเร่งดึงดูดจากนานาประเทศ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจปี 2566 ดีต่อเนื่อง

Advertisement