‘ททท.’ ชงเข้มขอยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า-ยกเลิกไทยแลนด์พาส ดึงต่างชาติฟื้นท่องเที่ยวไทย
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากททท. ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการเอกชนในการประชุมวานนี้ (10 มิถุนายน) เพื่อระดมความคิดเห็น เสนอแนวทางปลดล็อก และเดินหน้าเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยข้อเสนอหลักที่ภาคเอกชนเห็นพ้องกันคือ การยกเลิกระบบไทยแลนด์ พาส (Thailand Pass) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวไทยกลับไปสู่ความเป็นปกติมากที่สุด ส่วนข้อกังวลด้านการตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ มองว่าความจริงแล้ว สามารถตรวจสอบผ่านขั้นตอนก่อนเดินทางได้ อาทิ การแสดงวัคซีน พาสปอร์ต ต่อสายการบินในขั้นตอนการเช็กอินก่อนขึ้นเครื่องบิน ส่วนเอกสารการทำประกัน เสนอให้แสดงผ่านแพลตฟอร์มอื่นที่สะดวกกว่าแทน ซึ่งไม่จำเป็นต้องกำหนดให้ผ่านระบบไทยแลนด์ พาสเท่านั้น
“ททท. จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด จัดทำรายละเอียดเพื่อสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ โดยการหารือร่วมกันในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อนำเสนอสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยปลดล็อก และเปรียบเทียบเหมือนเป็นการยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวไทย สามารถกลับมาเดินหน้าได้เร็วที่สุด” นายยุทธศักดิ์กล่าว
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า เสนอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2565 ทั้งวีซ่านักท่องเที่ยว (Tourist Visa) ค่าธรรมเนียม 1,000 บาทต่อคน และวีซ่าหน้าด่าน (Visa on Arrival : VoA) ค่าธรรมเนียม 2,000 บาทต่อคน เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ที่ประกาศว่า ปี 2565-2566 ถือเป็นปีของการส่งเสริมท่องเที่ยวไทย เสนอขยายระยะเวลาพำนักระหว่างท่องเที่ยวในไทยเป็นสูงสุด 45 วัน ทั้งฟรีวีซ่า ผ.30 (แก่ 56 ประเทศ) และวีซ่าหน้าด่าน หรือ Visa on Arrival (VoA) รวมถึงการชะลอจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือค่าเหยียบแผ่นดิน อัตราคนละ 300 บาท ตามที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตัดสินใจชะลอการจัดเก็บออกไปก่อน
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า รวมถึงมีข้อเสนอให้ยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากอนามัยทั้งในอาคารและที่โล่งแจ้งแก่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังคงคำแนะนำให้สวมใส่ได้ ซึ่งก็ขึ้นกับการตัดสินใจส่วนบุคคลหรือองค์กรนั้นๆ อาทิ สถานประกอบการต่างๆ อาจมีพิจารณาให้พนักงานยังคงสวมหน้ากากอนามัยอยู่ เพื่อความปลอดภัยของตัวพนักงานเอง รวมถึงหากอยู่ในพื้นที่แออัด หรือผู้คนหนาแน่นด้วย พร้อมเสนอให้ยกเลิกการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ เพราะมองว่าปัจจุบัน อาจช่วยคัดกรองได้ไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก และเสนอขยายเวลาการเปิดให้บริการของเศรษฐกิจภาคกลางคืน อาทิ สถานบันเทิง ผับ บาร์ สามารถเปิดได้แบบเต็มเวลามากขึ้น แม้ความจริงททท. ไม่ได้สนับสนุนการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ต้องยอมรับว่า การดื่มแอลกอฮอล์ได้ ส่งผลต่อการใช้จ่ายเพิ่มของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

