ดีเซลจ่อแตะ35บาท-ใช้เงินอุ้มทะลุ9หมื่นล้าน ธุรกิจเบนเข็มใช้รฟท.ขนสินค้าหนีน้ำมันแพง

ดีเซลจ่อแตะ35บาท-ใช้เงินอุ้มทะลุ9หมื่นล้าน ธุรกิจเบนเข็มใช้รฟท.ขนสินค้าหนีน้ำมันแพง

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน รายงานข่าวจาก สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กระทรวงพลังงาน แจ้งเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะมีการประชุมวันที่ 13 มิถุนายน เพื่อพิจารณาราคาน้ำมันดีเซลประจำสัปดาห์หน้า (14-21 มิถุนายน) เบื้องต้นจากต้นทุนราคาตลาดโลก ประกอบกับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เตรียมติดลบกว่า 9 หมื่นล้านบาท มีความเป็นไปได้ที่ กบน.จะปรับราคาขึ้นอีก 1 บาท ชนเพดานเป็น 34.94 บาทต่อลิตร หรือไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร กรณีการตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร อยู่ภายใต้มาตรการรัฐบาลในการช่วยเหลือราคาน้ำมันดีเซล 50% ไม่ให้เกินเพดาน 35 บาทต่อลิตร มีระยะเวลานาน 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน ส่วนเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป กระทรวงพลังงานกำลังหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า จากปัญหาราคาน้ำมันเพิ่มสูง ทำให้ขณะนี้มีลูกค้าหลายบริษัทติดต่อมายัง รฟท.อย่างต่อเนื่อง โดยสนใจหันมาใช้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟแทนรถบรรทุก เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงทำให้ค่าขนส่งทางถนนเพิ่มตามไปด้วย ขณะที่การขนส่งทางรางสามารถช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งได้ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหม่ประมาณ 10 ราย คาดว่าจะได้ข้อสรุปและเปิดเดินขบวนรถขนส่งสินค้าได้ภายในปีนี้

รฟท.มีโบกี้รถบรรทุกตู้สินค้า หรือแคร่ขนสินค้า ประมาณ 1,000 คัน โดยใช้ขนสินค้าแบบเหมาขบวน 60% และแบบรายย่อย 40% แต่ขณะนี้การใช้แคร่ขนสินค้าค่อนข้างตึงตัว รฟท.จึงมีแผนจัดหาโบกี้รถบรรทุกตู้สินค้า 965 คัน วงเงินประมาณ 2 พันล้านบาท รองรับการเติบโตของการขนส่งสินค้าทางรางในอนาคต

รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันการให้บริการขนส่งสินค้า รฟท.ต้องรับภาระค่าน้ำมันที่ตรึงไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายให้ภาคเอกชนตามนโยบายกระทรวงคมนาคมเป็นเวลา 3 เดือน (มิถุนายน-สิงหาคม 2565) ขณะที่ รฟท.ต้องจ่ายค่าน้ำมันตามราคาตลาด ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 34 บาทต่อลิตร โดยทุก 1 บาทที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ รฟท.มีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 2 ล้านบาทต่อเดือน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon