หุ้นดิ่งเกือบ 33 จุด ตลาดตื่นตระหนกเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งสุดรอบ 40 ปี
วันที่ 13 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,632.62 จุด ก่อนปิดตลาดในแดนลบที่ระดับ 1,600.06 จุด ปรับลดลง 32.56 จุด หรือ 1.99% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,616.31จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,599.34 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 73,466.76 ล้านบาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีเปิดช่องว่างก่อนปิดลบรุนแรง ซึ่งภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค โดยสาเหตุเกิดจากแรงกดดันของตัวเลขภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ ที่ประกาศออกมาอยู่ในระดับ 8.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 40 ปี ทำให้มีความเสี่ยงว่า ธนาคารกลางทั่วโลกมีโอกาสดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าเดิม จากที่ตลาดคาดไว้จะขึ้น 0.50% ซึ่งกุญแจสำคัญคือ ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ที่เงินเฟ้อสูง และใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น จะกระทบกับภาวะเศรษฐกิจอย่างไรมากกว่า
“ตอนนี้เราเห็นแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงออกมา ก่อนถึงการประชุมเฟดในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ โดยการปรับลดลงของดัชนีหุ้นไย เพื่อตอบรับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวนี้ ประเมินว่า โมเมนตัมของการถอยจะเป็นการซึมตัว เพื่อรอความชัดเจนในการประชุมครั้งถัดไปของธนาคารกลางทั่วโลก แต่แรงในการปรับลดลง คงไม่ได้รุนแรงมากเท่าเดิมแล้ว โดยให้กรอบล่างของดัชนีที่ระดับ 1,580 จุด เพราะเชื่อว่ามีโอกาสในการปรับลดลงหลุดระดับ 1,600 จุดแน่นอน” นายวิจิตรกล่าว
นายวิจิตรกล่าวว่า สัญญาณในการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นในระยะถัดไป ภาพการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ จะต้องไม่สร้างความตื่นตระหนก (แพนิก) มากกว่าปัจจุบัน โดยหากปรับขึ้นที่ 0.50% ถือว่าอยู่ในระดับที่คาดการณ์อยู่แล้วกว่า 80% จึงยังพอเดินต่อไปได้ แต่หากปรับขึ้นทันที 0.75% ตลาดพังแน่นอน โดยภาวะเงินเฟ้อยังพอแก้ไขได้ ก็พอมีช่องว่างในการดึงดัชนีกลับได้ แต่หากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ออกมาในเชิงกังวลตัวเลขเงินเฟ้อมากๆ ถือเป็นสัญญาณในการกดดันตลาดหุ้นไทย และทั่วโลก รวมถึงราคาพลังงาน ที่เป็นสาเหตุกดดันให้ภาวะเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น ซึ่งหากราคาพลังงานยังไม่สามารถปรับลดลงได้ เงินเฟ้อก็จะฉุดให้ปรับลงได้ยากเช่นกัน
นายวิจิตรกล่าวว่า ด้านกลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำหุ้นที่มีเรื่องรวม หรือมีปัจจัยเฉพาะตัวที่ดี มีสัญญาณกำไรที่สามารถกลับมาได้ อาทิ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มท่องเที่ยว

