ธุรกิจสื่อแข่งขันดุ หลังโควิดเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง-งบโฆษณาน้อยลง
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายธราภุช จารุวัฒนะ นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยคนใหม่ (Media Agency Association of Thailand : MAAT) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจสื่อ นับตั้งแต่เกิดการระบาดโควิด-19 เมื่อปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว ต้องพูดว่า ธุรกิจสื่อมีการแข่งขันกันแบบรุนแรงมาก เนื่องจากงบประมาณที่ใช้ในสื่อโฆษณาแทบไม่มีการเติบโต เป็นการทรงตัวและแทบจะติดลบ ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดว่า จะทำอย่างไรให้เม็ดเงินเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด โดยในด้านธุรกิจสื่อก็ต้องแข่งขันกันหนักมากขึ้น เพื่อให้ได้เม็ดเงินที่เหลืออยู่นั้นมาจัดทำแคมแปญต่างๆ จึงต้องยอมรับว่า ธุรกิจสื่อมีการเปลี่ยนแปลงไป เพราะโควิด และผลกระทบที่เกิดขึ้น
นายธราภุชกล่าวว่า การเกิดวิกฤตอะไรขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เรามักเห็นการฟื้นตัวคืนมาของภาคธุรกิจหลังจากนั้น ใช้เวลาเพียง 1-2 ปีเท่านั้น อาทิ วิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้ตอนแรกเราประเมินว่า หลังโควิดระบาดจบลง ในปี 2564 ภาพธุรกิจจะฟื้นกลับมา แต่ก็ยังไม่สามารถกลับมาได้ และในปี 2565 ตอนแรกก็คาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวขึ้น แต่เมื่อเกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลให้ราคาต้นทุนพลังงานสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ที่กระทบกับต้นทุนสินค้าและบริการในภาพรวม ทำให้การฟื้นตัวยังไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แต่การฟื้นตัวในช่วง 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน) 2565 โตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังไม่สุด โดยธุรกิจที่มีการใช้เม็ดเงินในการลงทุนด้านสื่อโฆษณามากที่สุด แทบไม่แตกต่างจากเดิม อาทิ ธุรกิจรถยนต์ ค้าปลีก ภาครัฐ โดยเราเห็นการจัดงานแสดงรถยนต์ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ได้รับความสนใจและขายดีมากสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย
ทั้งนี้ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในแง่ของธุรกิจสื่อ พอเห็นตัวเลขการเติบโตน้อยลง ซึ่งลูกค้าได้ทำความเข้าใจแล้วว่า เมื่อชะลอในการใช้เงินโฆษณาไป หากกลับมาเริ่มต้นทำการโฆษณาใหม่อีกครั้ง ต้องใช้เงินสูงกว่าเดิมมาก ทำให้แม้มีผู้ประกอบการบางส่วนหยุดหรือชะลอในการโฆษณาไป แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการอีกส่วนที่ทำการโฆษณาอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวหล่อเลี้ยงธุรกิจสื่อต่อ โดยคาดว่าในช่วงต่อจากนี้ธุรกิจจะยังอยู่ในภาวะอึมครึมต่อไปจนถึงสิ้นปี 2565 ก่อนที่ปี 2566 จะต้องเริ่มเป็นปีที่ปกติมากกว่านี้ เพราะหากเรายังอยู่ในภาวะเดิมต่อไปอีกปี คงไม่ได้แล้ว
“ปัจจุบันเราอยู่กับความเสี่ยง แต่โชคดีที่เราอยู่ในช่วงฤดูกลางท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ทำให้เราสามารถรอดตัวมาได้ รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่มีวิกฤติ และลูกค้าชอละตัวเพื่อรอดูความชัดเจนนั้น ช่วงครึ่งหลังของปี ลูกค้าส่วนใหญ่จะกลับมาขยับตัวและลงทุนอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป แม้ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก แต่อย่างน้อยก็ยังทรงตัวได้ จึงมองว่าแคมเปญหรืออีเวนต์ใหญ่ๆ คาดว่าจะเริ่มได้เห็นมากขึ้นในช่วงปีหลังนี้ หรือประมาณไตรมาส 4/2565” นายธราภุชกล่าว
นายธราภุชกล่าวว่า ความท้าทายในช่วงที่เหลือของปี 2565 คือ ต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ต้องติดตามว่า จะปรับตัวขึ้นไปมากน้อยเท่าใด รวมถึงการเมืองในประเทศ เพราะบ้านเราต้องยอมรับว่า อะไรก็ตามที่เป็นภาพใหญ่จะส่งผลกระทบกับทุกอุตสาหกรรม ทำให้หากมีความแน่นอนทางการเมือง หรือสามารถจัดการได้ จะช่วยให้ปรับดีขึ้น ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ยังค่อนข้างประเมินทิศทางยาก เพราะเรายังไม่เห็นการปล่อยแคมเปญหรือโครงการอะไรออกมามากนัก เนื่องจากเรายังอยู่ในความอึมครึมอยู่ ทำให้หากเราเห็นแสงอะไรออกมามากขึ้น น่าจะสามารถประเมินทิศทางได้มากกว่านี้ แต่จากการประเมินรูปแบบที่เกิดขึ้น เมื่อมีการปรับขึ้นและลงของเศรษฐกิจแบบนี้ จะทำให้ช่วงครึ่งหลังดันขึ้นได้

