หน้าแรก เศรษฐกิจ ศักดิ์สยาม เป...

ศักดิ์สยาม เปิดสัมมนา ‘โลจิสติกส์อาเซียนฯ’ สร้างความมั่นใจคมนาคม 4 มิติ

15.06.22 | 16:01 น.

ศักดิ์สยาม เปิดสัมมนา ‘โลจิสติกส์ภูมิภาคอาเซียนท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งความยากลำบากฯ’ กระชับความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างไทย-ญี่ปุ่น สร้างความมั่นใจพัฒนาคมนาคม 4 มิติ บก น้ำ ราง อากาศ ให้ภาคธุรกิจของญี่ปุ่นสำหรับการลงทุนในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายคาสุยะ นาชิดะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานสัมมนา เรื่อง “โลจิสติกส์ภูมิภาคอาเซียนท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งความยากลำบาก – สถานการณ์ปัจจุบันในภูมิภาคอาเซียนโดยมุ่งเน้นที่ประเทศไทย” เนื่องในโอกาสการฉลองครบรอบ 1 ปี การตั้งสำนักงานสถาบันวิจัยด้านการขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น สำนักงานภูมิภาคอาเซียน-อินเดีย (Japan Transport and Tourism Research Institute, ASEAN – India Regional Office: JTTRI – AIRO) ณ กรุงเทพฯ

พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความท้าทายและโอกาสของประเทศไทย” โดยรูปแบบการประชุมทางไกล (Video Conference) ในวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ณ ห้องราชดำเนิน กระทรวงคมนาคม

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นที่ได้ดำเนินความร่วมมือด้านการคมนาคมมีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ให้แก่ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ความเชื่อมโยงระหว่างกันในภูมิภาคอาเซียนเป็นอีกบริบทที่ผลักดันให้ประเทศไทยโดยกระทรวงคมนาคมขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติเพื่อสนับสนุนให้เกิดการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และปลอดภัย เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ ให้มาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยมีการพัฒนาโครงการต่างๆ ทั้ง 4 มิติ ดังนี้

Advertisement

1.มิติการพัฒนาทางถนน ประเทศไทยร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาสะพานมิตรภาพเชื่อมโยงระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสะพานเชื่อมไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเปิดใช้งานแล้ว จำนวน 11 แห่ง เป็นสะพานเชื่อมระหว่างไทย-สปป.ลาว จำนวน 5 แห่ง สะพานเชื่อมระหว่างไทย-เมียนมา จำนวน 3 แห่ง สะพานเชื่อมระหว่างไทย-มาเลเซีย จำนวน 2 แห่ง สะพานเชื่อมระหว่างไทย-กัมพูชา จำนวน 1 แห่ง สะพานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) จังหวัดบึงกาฬ และมีสะพานที่อยู่ในแผนจะดำเนินการในอนาคตอันใกล้อีกจำนวน 3 สะพาน ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 (อุบลราชธานี-สาละวัน) จังหวัดอุบลราชธานี สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2 ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และยังมีแผนพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า หรือ Truck Terminal รองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนสู่ทางราง สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งด้วยระบบราง โดยมีโครงการนำร่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย และศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม

2.มิติการพัฒนาทางราง โครงข่ายรถไฟของไทยมีการเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย กัมพูชา และ สปป.ลาว ในปัจจุบันกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งรัดการก่อสร้างโครงข่ายรถไฟทางคู่ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารผ่านระบบรางเพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันสามารถพัฒนารถไฟทางคู่ไปแล้ว 1,110 กิโลเมตร จากทั้งหมด 3,200 กิโลเมตร นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังมีโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงอีก 2 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และในอนาคต จะขยายต่อไปถึงจังหวัดหนองคาย เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง สปป.ลาว-จีน และรถไฟความเร็วสูง อีกเส้นทางหนึ่ง ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)

3.มิติการพัฒนาทางน้ำ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างขยายขีดความสามารถของท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายท่าเรือบกเพิ่มเติมอีก 4 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสินค้า การนำเข้าและส่งออกของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.มิติการพัฒนาทางอากาศ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถสนามบินหลัก ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอาเซียน ควบคู่กับกระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการพัฒนาสนามบินในเมืองภูมิภาค อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ และบุรีรัมย์ เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยและระหว่างอาเซียน

ในส่วนของโครงการที่กระทรวงคมนาคมวางแผนไว้ในอนาคตนั้นจะช่วยสร้างให้ความมั่นใจ แก่ทุกภาคส่วนว่าทุกการพัฒนาของกระทรวงคมนาคมจะช่วยรองรับการขยายตัวทางการค้า การลงทุน ในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และการท่องเที่ยวในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งในอนาคตกระทรวงคมนาคมยังมีเป้าหมายในการจัดทำแผนแม่บท MR-Map เพื่อการพัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์ควบคู่กับรถไฟทางคู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีความสะดวก และปลอดภัย ลดต้นทุนด้านการขนส่งของประเทศในระยะยาว เพิ่มโอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการ Land Bridge ชุมพร-ระนอง ที่จะเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางน้ำที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนในอนาคตและยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางน้ำที่สำคัญ

ในมุมมองที่เกี่ยวกับ “ความท้าทายและโอกาสของประเทศไทย” นายชยธรรม์กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวของเมือง เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่มีผลต่อการขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศ การจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาระบบการขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) มุ่งเน้นการรองรับวิถีชีวิตและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่างๆ โดยยึดหลักการขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขนส่งที่เข้าถึงได้อย่างเสมอภาค และเท่าเทียมและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ

โดยที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางในภูมิภาคอาเซียน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทยและทะเลอันดามันที่จังหวัดชุมพรและระนอง หรือ Land Bridge ที่มุ่งเน้นการพัฒนาความเชื่อมโยงของโครงข่ายการขนส่งทางบก ทางรางกับทางน้ำ ระหว่างไทยและประเทศต่างๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับการพัฒนาศักยภาพโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานทางทะเล และเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นประตูการค้าเชื่อมอาเซียนและจีนตอนใต้ในอนาคตต่อไป