หน้าแรก เศรษฐกิจ มัดรวม 10 มาต...

มัดรวม 10 มาตรการ ช่วยประชาชน สู้พิษน้ำมันแพง สิ้นสุด มิ.ย.-ก.ค.นี้

16.06.22 | 13:12 น.

มัดรวม 10 มาตรการ ช่วยประชาชน สู้พิษน้ำมันแพง สิ้นสุด มิ.ย.-ก.ค.นี้ จับตา ‘บิ๊กตู่’ เรียกทีมเศรษฐกิจ เคาะมาตรการใหม่วันนี้

ความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน นำไปสู่การแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป กลายเป็นวิกฤตด้านพลังงาน

ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยทำให้ผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและเรียกร้องให้ปรับราคาสินค้า

ประชาชาติธุรกิจรวบรวม 10 มาตรการเดิม ที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นให้ช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 22 มี.ค.2565 ที่ผ่านมา โดยจะมีกำหนดการที่จะสิ้นสุดตั้งแต่สิ้นเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม และสิงหาคม เป็นต้น

  • เพิ่มเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน จำนวน 3.6 ล้านคน
  • ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม เดือนละ 100 บาท สำหรับผู้ค้าหาบเร่ แผงลอย ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ช่วยค่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 250 บาทต่อเดือน ในกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  • ตรึงราคาขายก๊าซเอ็นจีวี 15.59 บาทต่อกิโลกรัม
  • แท็กซี่มิเตอร์ โครงการลมหายใจเดียวกัน ซื้อก๊าซแอลพีจี 13.62 บาทต่อกิโลกรัม
  • ลดค่าไฟ (เอฟที) 22 สตางต์ (สต.) ต่อหน่วย ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค.65
  • ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 35 บาท และช่วยออกครึ่งหนึ่งของที่เกิน 30 บาท
  • ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดูแลราคาก๊าซหุงต้มไม่ให้ปรับขึ้นสูงเกินไป
  • ลดเงินสมทบนายจ้างลูกจ้าง ม.33 จาก 5% เหลือ 1%
  • ลดเงินสมทบ ม.39 จาก 9% เหลือ 1.9% และ ม.40 เหลือ 42-180 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม 10 มาตรการข้างต้น จะมีผู้ได้รับสิทธิทั้งสิ่น 27,928,012 ราย หรือเกือบ 28 ล้านราย คิดเป็น 1 ใน 3 จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 70 ล้านคน ประกอบด้วย

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3,600,000 คน
  • ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5,500 คน
  • จักรยานยนต์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมขนส่งทางบก จำนวน 157,000 คน
  • ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จำนวน 10,569,831 คน
  • ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จำนวน 11,190,109 คน
  • ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวน 1,925,572 คน
  • ผู้ประกอบการนายจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม 480,000 คน

ทั้งนี้ การเยียวยาครั้งนี้ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ใช้เงินมาอุดหนุน ทั้งสิ้น 7 หมื่นล้านบาท จาก 3 รายการ จากงบกลางปี 2565 รายการฉุกเฉินเร่งด่วน, วงเงินจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19, เงินกู้จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท เป็นไม่กำหนดเพดานการกู้เงินสำหรับกองทุนน้ำมันฯ โดยความสามารถของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถที่จะกู้เงินได้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.30 น. วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ

ได้แก่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ประชุมด่วนเพื่อติดตามการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบของสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน

นำไปสู่การแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรปกลายเป็นวิกฤตด้านพลังงาน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยทำให้ผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและเรียกร้องให้ปรับราคาสินค้าด้วย

ข่าวน่าสนใจอื่น :