“ทีเส็บ” เร่งพัฒนาศักยภาพอุตฯไมซ์รองรับเปิดประเทศ
นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทีเส็บเร่งผลักดันการบูรณาการความร่วมมือพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ด้านเครือข่ายการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนไมซ์ภูมิภาค กระจายการสร้างบุคลากรไมซ์คุณภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเตรียมรองรับการเปิดประเทศ โดยที่ผ่านมา ได้วางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนไมซ์ภูมิภาค โดยตั้งสำนักภาคประจำภูมิภาคเพื่อขับเคลื่อนไมซ์ทั่วประเทศ และปัจจุบันจากการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์เครือข่ายการศึกษาทุกภูมิภาค ร่วมกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเพิ่มเติม สามารถนำหลักสูตรไมซ์บรรจุในการเรียนการสอนแล้วทั้งสิ้น 136 แห่ง โดยระดับอุดมศึกษาจำนวน 87 แห่ง และระดับอาชีวศึกษาจำนวน 49 แห่ง อีกทั้งเปิดสาขาวิชาไมซ์ หรืออีเวนต์ จำนวน (MICE Major) 33 แห่ง ซึ่งสามารถผลิตนักศึกษาไมซ์จากสถาบันการศึกษาทั้งในระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษาทั่วประเทศแล้วเฉลี่ยปีละกว่า 50,000 คน นอกจากนี้ ยังต่อยอดพัฒนาสถาบันการศึกษาเป็นศูนย์ธุรกิจไมซ์ ที่จะช่วยขับเคลื่อนไมซ์กระจายไปยังทั่วประเทศ การสร้างเครือข่ายการศึกษาจึงเป็นอีกกลไกหลักสำคัญ ที่จะช่วยทีเส็บเจาะตลาดไมซ์ไปยังภูมิภาคและทุกภาคส่วนในพื้นที่ รวมถึงประสานงานและส่งเสริมการตลาด ร่วมกันพัฒนาศักยภาพไมซ์ทุกมิติ สร้างรายได้ สร้างงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ผ่านเวทีจัดงานไมซ์ในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี
นางศุภวรรณกล่าวว่า จากการสำรวจของ MPI (Meetings Professional International) Meetings Outlook : 2022 Spring Edition พบว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการกลับมาจัดงานในรูปแบบปกติ และร้อยละ 64 ให้ความเห็นว่าธุรกิจจะกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังจากปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งงบประมาณสำหรับการจัดงานจะเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับปริมาณการจ้างพนักงานจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยอัตราการจ้างงานในอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากผลตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งที่ประสบปัญหาในการจัดหาพนักงานที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับสถานการณ์ในไตรมาสที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงอุตสาหกรรมไมซ์จะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทีเส็บจึงเร่งพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ใน 3 ด้าน คือ การพัฒนาองค์ความรู้ (Content Development) การพัฒนาเครือข่าย (Connection Development) และการพัฒนาสายงานอาชีพของแรงงานคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานไมซ์ (Career Development) เพื่อตอบโจทย์ตลาดไมซ์นานาชาติ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติในการมุ่งเสริมการผลิตกำลังคน สมรรถะสูง ตามความต้องการของสถานประกอบการ โดยทีเส็บพัฒนาการผลิตกำลังคนอาชีวะ เพื่อให้คนอาชีวศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานไมซ์คุณภาพที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ส่งเสริมการจ้างงาน เพิ่มการกระจายรายได้จากกิจกรรมไมซ์และการสร้างงานไปสู่ภูมิภาค

“ทีเส็บตั้งเป้าหมายการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ด้านการศึกษา ในการสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยฝึกอบรมและหน่วยทดสอบคุณวิชาชีพไมซ์ในศูนย์เครือข่ายการศึกษาไมซ์ในภูมิภาคจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ พร้อมสร้างงานให้บุคลากรและบัณฑิตจบใหม่อีก 5,000 คน ได้ลงปฏิบัติงานในเมืองที่มีการดึงงานเข้ามาจัดในพื้นที่ พัฒนา MICE Career Platform จับคู่สร้างงานอีกกว่า 1,000 ตำแหน่งงาน รวมถึงสร้างและพัฒนาเครือข่ายเยาวชนไมซ์สู่การเป็นผู้ประกอบการไมซ์รุ่นใหม่จำนวน 5,000 คน ภายในปี 2566 นี้” นางศุภวรรณกล่าว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ โดยไม่เพียงแค่เป็นที่ตั้งของศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ยังเป็นสถานที่จัดงานมาตรฐานนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ อีกทั้งยังส่งเสริมการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยเฉพาะการสอนที่เป็น Active Learning และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ซึ่งการผลักดันให้เกิดความร่วมมือจนส่งผลให้มีการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายการศึกษาไมซ์ในภาคใต้ (Southern MICE Academic Cluster (SMAC)) รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายธุรกิจไมซ์ในภูมิภาค หรือภายใต้ชื่อ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (Songkhla Convention and Exhibition Bureau (SCEB)) นับเป็นการพัฒนา New Learning Platform เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกิจกรรมที่ให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วม สามารถฝึกฝนให้เกิดประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งสามารถใช้เป็นโจทย์ในการศึกษาวิจัยต่อยอดสู่องค์ความรู้ใหม่ โดยมีความสอดคล้องกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นของบุคลากรไมซ์ในยุคนิวนอร์มัล
นายอริยะ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศค่อยๆ ดีขึ้น เริ่มคลี่คลายมากยิ่งขึ้น ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเริ่มเดินทางได้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าทุกประเทศกำลัง Unlock จากสถานการณ์ต่างๆ ก่อนหน้านี้ ในด้านของอุตสาหกรรมไมซ์ประเทศไทยนั้น มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตไม่แพ้ประเทศอื่นๆ อย่าง ดูไบ หรือสิงคโปร์ แต่ด้วยที่ผ่านมาเราไม่ได้มีงานระดับ Regional เข้ามาในประเทศไทยเท่าไหร่นัก ทั้งๆ ที่นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Business Event เองก็ดี ต่างอยากมาประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ อยู่แล้ว ทำให้ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่เราจะสามารถช่วยฟื้นฟู Local Economy ได้ด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก การเดินทาง ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ซึ่งตลาดไมซ์ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 2.3 แสนล้านบาท ในปี 2562 และคาดว่าจะสูงถึง 4.2 แสนล้านบาทในปี 2570 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 11.63% จากปี 2564 ถึง 2570 และสิ่งที่บริษัทซีเอ็มโอจะทำนั้น ไม่ว่าจะเป็น Homegrown Event หรือ Business Event ภายใต้แบรนด์ของซีเอ็มโอ อย่างงาน Conference ที่นอกจากเราจะดึง Speaker ระดับโลกเข้ามาหลายร้อยคนแล้ว เรายังดึงผู้เข้าร่วมงานจากประเทศอื่นๆ เข้ามาอีกด้วย เพราะงานที่บริษัทกำลังจะจัดขึ้นนั้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเองก็อยากจะบินเข้ามาประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมงาน นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจไทยผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ได้อีกด้วย

