หน้าแรก เศรษฐกิจ อาเซียน ดึง จ...

อาเซียน ดึง จีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรม

16.06.22 | 19:08 น.
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้เป็นผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียนกับจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 9-10 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อหารือการยกระดับความตกลงการค้าเสรี การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการค้าดิจิทัล การทบทวนแผนปฏิบัติการด้านความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ และในอนาคต พร้อมทั้งเตรียมการประเด็นที่จะเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกับจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนนี้

สำหรับอาเซียนกับจีนอยู่ระหว่างหารือเพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรี (ACFTA) โดยมีประเด็นต้องดำเนินการ คือ การเจรจาเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมและการเปิดเสรีและคุ้มครองการลงทุน และการหารือความร่วมมือในสาขาอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจของทั้งสองฝ่าย อาทิ การอำนวยความสะดวกทางการค้า การส่งเสริม MSMEs เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจะต้องร่วมกันจัดทำการศึกษาก่อนที่จะเริ่มการเจรจา โดยไทยในฐานะผู้ประสานงานของความตกลง ACFTA ได้กล่าวย้ำว่า ต้องเร่งดำเนินการศึกษาให้แล้วเสร็จก่อนเสนอให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-จีน ให้ความเห็นชอบในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อให้สามารถประกาศเริ่มการเจรจาต่อไป นอกจากนี้ ยังได้หารือแนวทางความร่วมมือเพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการดำเนินการในขั้นต่อไปของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

นางอรมนกล่าวว่า ในส่วนของการหารือกับเกาหลีใต้ ได้เร่งให้ทีมวิจัยเสนอผลการศึกษาร่วมเพื่อยกระดับความตกลง AKFTA ภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อให้ความเห็นเบื้องต้นก่อนที่จะนำเสนอผลการศึกษาร่วมฉบับสมบูรณ์ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-เกาหลีใต้ สำหรับเกาหลีใต้อยู่ระหว่างศึกษาวิจัยด้านการค้าดิจิทัล และศึกษาความเป็นไปได้ในการเจรจาข้อบทด้านการค้าดิจิทัลกับอาเซียน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เร่งรัดคณะทำงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ AKFTA ดำเนินการปรับโอนพิกัดศุลกากรของตารางลดภาษีและตารางกฎถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้า เป็นระบบฮาร์โมไนซ์ ฉบับปี 2022 ซึ่งเป็นไปตามการปรับโอนพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ทุกๆ 5 ปี ขององค์การศุลกากรโลก รวมทั้งการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับเกาหลีใต้ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญ อาทิ การลงนามบันทึกความเข้าใจ ในการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้ (ศูนย์ AKIIC) ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-เกาหลีใต้ หรือการประชุมผู้นำอาเซียน-เกาหลีใต้ ในเดือน พ.ย.นี้ สำหรับเกาหลีใต้ยังแสดงความพร้อมที่จะต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับอาเซียนผ่านกลไกต่างๆ อาทิ การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม การจัดทำแผนงานนโยบายสตาร์ตอัพ และโครงการ TASK ซึ่งเป็นการให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาจากผู้เชี่ยวชาญของเกาหลีใต้ ให้แก่ผู้ประกอบการอาเซียนในอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนานวัตกรรมของอุตสาหกรรมและสตาร์ตอัพต่อไป

สำหรับการประชุมกับญี่ปุ่น ได้เตรียมรับรองการปรับโอนพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์เป็นฉบับปี 2017 ของกฎถิ่นกำเนิดรายสินค้าเฉพาะรายสินค้าภายใต้ความตกลง AJCEP ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภายใต้ความตกลง AJCEP (AJCEP-JC) ครั้งที่ 20 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะทำให้การปรับโอนพิกัดศุลกากรดังกล่าวมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มีนาคม 2566 ทั้งนี้ อินโดนีเซียได้ให้สัตยาบันพิธีสารฉบับที่หนึ่งเพื่อแก้ไขความตกลง AJCEP แล้ว ทำให้พิธีสารฯมีผลใช้บังคับกับทุกประเทศ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ญี่ปุ่นได้ผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี อาเซียน-ญี่ปุ่น ในปี 2566 อาทิ แนวทางการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น และวิสัยทัศน์การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น อย่างสร้างสรรค์ (ASEAN-Japan Business Co-Creation Vision 2023) และยังได้เสนอเอกสารการทบทวนแผนปฏิบัติการด้านความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่นให้ทันสมัยเพื่อให้อาเซียนพิจารณาให้ความเห็นต่อไปอีกด้วย

Advertisement

ทั้งนี้ ช่วง 4 เดือนแรก 2565 การค้าระหว่างไทยกับจีน มีมูลค่า 34,574.88 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.9% ส่วนการค้าระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ มีมูลค่า 5,645 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ มูลค่า 2,173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากเกาหลีใต้ มูลค่า 3,472 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น มีมูลค่า 20,086.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่น มูลค่า 8,394.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากญี่ปุ่น มูลค่า 11,692.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ