‘แอลพีจี’ จ่อขยับอีก สะท้อนต้นทุนโลก แต่ไทยยังถูกกว่าเพื่อนบ้าน
‘กุลิศ’ ยอมรับแอลพีจี ต.ค.จ่อขยับอีกสะท้อนต้นทุนโลก แต่ไทยถูกกว่าเพื่อนบ้าน ประสานกรมศุลฯสกัดลักลอบขายชายแดน ยันมาตรการลดค่าการกลั่นทำชั่วคราวช่วยคนไทยช่วงวิกฤต
นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ภายหลังคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบการขยายกรอบระยะเวลาการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) 1 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ต่อเดือน โดยมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2565 นั้น เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งได้อุดหนุนราคาจนบัญชีแอลพีจีติดลบสูงกว่า 3.65 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมกับบัญชีน้ำมันมีสถานะสุทธิติดลบแล้วกว่า 9.1 หมื่นล้านบาท โดยการขึ้นแอลพีจีครั้งนี้ ทำให้กองทุนฯลดเงินอุดหนุนลงเดือนละ 200 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการขึ้นรอบใหม่นี้ ราคาปลายทางจะอยู่ที่ 405 บาทต่อถังต่อ 15 กก. ยังไม่สะท้อนราคาต้นทุนซึ่งอยู่ที่ 450 บาทต่อถัง 15 กก.
“เดือนตุลาคม 2565 เป็นต้นไป มีโอกาสปรับขึ้นราคาอีกหากราคาตลาดโลกปรับขึ้นต่อเนื่อง โดย กบง.จะประเมินอีกครั้ง แต่ล่าสุดราคาตลาดโลกลดลงอยู่ที่ 750 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพราะเข้าฤดร้อนความต้องการลดลง” นายกุลิศกล่าว และว่า ขณะนี้ราคาแอลพีจีไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่สูงถึง 500 บาทต่อถัง 15 กก. เพราะไทยมีการอุดหนุน กบง.จึงมอบให้กรมธุรกิจพลังงานทำหนังสือถึงกรมศุลกากรช่วยดูแลการลักลอบตามชายแดน
นายกุลิศกล่าวว่า สำหรับมาตรการลดค่าการกลั่นนั้นขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ยังไม่สามารถตอบได้ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะนี้เป็นช่วงวิกฤตจะขอความร่วมมือโรงกลั่นชั่วคราว ไม่ได้เป็นมาตรการถาวร ขณะที่มาตรการลดผลกระทบค่าครองชีพและลดผลกระทบด้านราคาพลังงานซึ่งเป็นแพคเกจใหม่จะมีการนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 มิถุนายนนี้

