นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาข้าวเช่นเดียวกับข้าวที่ราคตกเพราะเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยว จึงมีข้าวออกมาสู่ตลาดจำนวนมาก โดยคนไทยบริโภคข้าว 10 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้ 16 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้หลังจากที่เกษตรกรมีการเก็บเกี่ยวข้าวแล้วปกติจะนำไปขายทันที ทั้งที่ข้าวยังปริมาณความชื้นสูง เมื่อขายให้กับโรงสีจึงได้ราคาไม่ดีตามระดับความชื้น นอกจากนี้ตลาดโลกก็มีการผลิตข้าวออกมาจำนวนมาก ทำให้เกิดแรงกดดันราคาให้ตกต่ำลง อย่างไรก็ตามกระทรวงฯไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหา แต่เพราะสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรของไทยอิงกับตลาดโลก พืชที่ไทยปลูกได้ อย่างข้าว ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม และอินเดีย ก็ปลูกได้ ซึ่งฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวก็คล้ายคลึงกัน จึงมีปริมาณข้าวจำนวนมากออกมาพร้อมกัน เมื่อปริมาณสินค้าออกมาจำนวนมาก ราคาก็ปรับลดลงตามกลไกของตลาด ซึ่งราคาข้าวที่ปรับลดลง ส่งผลกระทบกับชาวนาไทยมากเพราะเรามีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประเทศเพื่อบ้าน
“ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยจะการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกร อาทิ เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จใหม่ ข้าวจะยังมีความชื้นสูง เมื่อนำไปขายได้ราคาไม่ได้ จะให้เกษตรกรนำข้าวมาฝากไว้ในคลังระยะหนึ่งก่อนนำไปขาย รวมทั้งการควบคุมปริมาณการผลิตไม่ให้มากเกินไป ซึ่งจะสนุบสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนมาปลูกพืชอื่นชั่วคราว โดยกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์จะหาตลาดให้ มีเอกชนมารับซื้อผลผลิต รวมทั้งจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นต้นทุนในการปลูก และสนับสนุนปัจจัยด้านการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์พืช โดยหลังจากนี้จะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป”นายธีรภัทรกล่าว
นายธีรภัทรกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ราคาสัปปะรด ข้าวโพด ยังอยู่ในระดับที่ดี ราคายางพาราปรับดีขึ้น เพราะผลผลิตออกมาน้อย ส่วนราคาลองกองที่ตกต่ำ กระทรวง ได้มีการรับผลผลิตจากเกษตรกรเพื่อนำมาขายต่อที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.) รวมทั้งนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะที่ราคามันสำปะหลังลดลงบ้าง เนื่องจากมีมันสำปะหลังออกมาจำนวนมากในช่วงนี้

