‘ชัชชาติ’ คุยสภาหอการค้าฯ 5 เรื่อง ‘สร้างเมืองคุณภาพ’ ยัน 1 เดือนเห็นสตรีทฟู้ด เล็งสร้างงาน ตั้ง ‘ครัวกลาง’ ช่วยคนเมืองประหยัด
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมาประชุมหารือกับ คณะกรรมการหอการค้าไทย โดยมี นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยให้การต้อนรับ ทั้งนี้ มีผู้ร่วมหารือ อาทิ นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าฯ, ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาฯ, นายธวัชชัย เศรษฐจินดา รองประธานกรรมการสภาฯ, Mrs.Vibeke Lyssand Leirvag ที่ปรึกษาสภาฯ, รศ.ดร.ธนวรรธณ์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ กรรมการเลขาธิการสภาฯ และ น.ส.ปริม จิตจรุงพร กรรมการรองเลขาธิการสภาฯ
บรรยากาศเวลา 15.45 น. นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ประชุมเสร็จแล้ว ได้ผลดี เดี๋ยวคงมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อน เอกชนจะเป็นตัวสำคัญในการสร้างเมือง เราเห็นตรงกัน เช่น เรื่องการโอเพ่น ดาต้า (Open Data) การทำรัฐบาล ดิจิทัล, One stop service และมีคนรุ่นใหม่ที่มาร่วม เชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับเมือง เพราะเอกชนเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อน โดย กทม.เป็นผู้อำนวยความสะดวก ผู้ที่สร้างการสร้างเศรษฐกิจในเมือง เอกชนมีบทบาทสำคัญ เป็นนิมิตรหมายอันดีที่จะได้ร่วมกัน
“ความจริงแล้วคนรุ่นใหม่ เป็นคนที่ต้องอยู่ในเมืองนี้นานที่สุด และเป็นคนที่ต้องจ่ายเงินเมืองนี้ในอนาคต จ่ายภาษี ต้องเลี้ยงเรา จึงต้องมีส่วนร่วมในการหาทางออก ในอนาคตจึงจะไปได้ ไม่ได้เอาคำตอบไปให้เขา แต่ให้เขามีส่วนร่วมในการคิดคำตอบด้วยกัน
ทางสภาฯ ก็แอคทีฟมาก ท่านประธานหอการค้าปี 1 ก็มีผลงานเยอะ ตั้งแต่โควิด ที่ช่วย กทม.ในการฉีดวัคซีน ตั้งหน่วยงานขึ้นมาและดูแล มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เป็นมิติที่สำคัญ อย่างที่บอกต้องมี 4 เกลียว กทม. ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาควิชาการ 4 เกลียวนี้ สุดท้ายจะเป็นเชือกที่เหนียวแน่น และสามารถสร้างเมืองให้มีคุณภาพได้” นายชัชชาติกล่าว
ด้าน นายสนั่น ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า มีเรื่องสอนภาษาจีนในโรงเรียนตั้ง 400 กว่าแห่งของ กทม. ด้วย
“สำคัญที่สุดเราไม่ได้ทำงาน full time เราทำงาน over time” นายสนั่นระบุ
เมื่อแอดมินเพจชัชชาติ ถามถึงการบ้านของนายชัชชาติ ?
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ต้องรีบตั้งคณะกรรมการร่วม แต่ว่าหลายแผนอยู่ในแผนงานเราอยู่แล้ว เราจะเริ่มทำ และมารายงานความคืบหน้าให้กับท่าน
นายชัชชาติกล่าวขณะเดินลงไปพบสื่อมวลชนว่า 5 เรื่อง ตนจำไม่ได้หมด โดยทางประธานสภาหอการค้าฯ กล่าวว่า จะจัดส่งเอกสารไปให้
นายชัชชาติแถลงต่อสื่อมวลชนว่า เป็นโอกาสอันดีที่ได้มาเยี่ยม สภาหอการค้าไทย ความจริงแล้ว กทม.นั้น เอกชนมีส่วนสำคัญมาก ความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ เอกชน ประชาชน และฝ่ายวิชาการ เป็นเรื่องสำคัญ เราต้องทำงานร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนเมืองได้ ท่านประธานเองก็ได้เห็นตรงกันว่า จะตั้งคณะกรรมการร่วม ระหว่าง กทม. กับเอกชนเป็น คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ในระดับ กทม. ซึ่งจะทำให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ
“การกำหนดยุทธศาสตร์ (strategy) ของเมืองในอนาคต เราต้องฟังภาคเอกชนด้วย เพราะมีความเข้าใจในธุรกิจในอนาคตดี
หน้าที่ของเมืองทำ 3 อย่าง คือคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพของเมือง และเรื่องสร้างโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับทางสภาฯ
นอกจากนี้ ทางสภาฯ มีโครงการหลายอันที่เสนอขึ้นมา เช่นเรื่องการทำ E-goverment การทำ Ease of Doing Business หรือการทำธุรกิจให้สะดวกขึ้น ซึ่งก็ตรงกับแนวคิดของเราเหมือนกัน หลายเรื่อง อย่างการมีครูภาษาจีน จากสถานทูตจีน ที่จะมาช่วย ซึ่งตรงนี้โรงเรียน กทม. 437แห่ง ก็พร้อมที่จะดำเนินการ
การทำ โอเพ่น ดาต้า เพื่อเปิดเผยข้อมูลให้สามารถนำไปใช้กับภาคธุรกิจได้ดี เราก็เตรียมพร้อมที่จะทำ เป็นนิมิตรใหม่อันดีที่จะได้ร่วมกัน โดยมีเอกชนมาช่วยดู ผมว่าจะช่วยผลักดันโครงการต่างๆ ให้สัมฤทธิ์ผลได้อย่างรวดเร็ว” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามว่า มีเรื่องเร่งด่วนอะไร ที่เรื่องเกี่ยวกับปากท้อง ?
นายชัชชาติกล่าวว่า เรามีทางกลุ่ม YEC ที่เสนอเรื่องสตรีทฟู้ด ซึ่งตรงนี้ตนว่าทำได้เลย
“เรามีแนวคิดที่จะทำถนนคนเดิน เพื่อเปิดทางให้คนมาค้าขายได้ ทาง YEC ก็มีแนวคิดที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ เข้ามาหาพื้นที่ขาย ผมว่าตอนนี้มีประชาชนลำบากเหมือนกัน อาจจะมีเรื่องอื่นที่เรามีแนวคิดอยู่ เช่น อาจจะทำครัวกลาง โดยอาจจะเชิญทางสภาฯ มาช่วย เพราะตอนนี้ภาวะเงินเฟ้อค่อนข้างรุนแรง ถ้าเราสามารถช่วยเหลือชุมชนที่ลำบากได้ กทม.เป็นตัวนำ และเอกชนเป็นตัวช่วยสนับสุนได้ ก็จะ เริ่มทำ
กทม ยังมีพูดถึงการฝึกงานฝึกอาชีพด้วย เพราะ กทม.มีโรงเรียนฝึกอาชีพเยอะ แต่หลายครั้งที่เราฝึกไม่ตรงกับดีมานด์ หรือความต้องการของเอกชน ซึ่งทางสภาหอการค้าฯ ก็มีแนวคิดจะทำโรงเรียนเสริมให้สอดคล้องกับความต้องการ ให้คนสามารถหางานได้ มีสกิล มีความเชี่ยวชาญที่จะไปหางานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามถึงกรอบเวลา เรื่อง สตรีทฟู้ด ?
นายชัชชาติกล่าวว่า น่าจะเห็นผลภายใน 1 เดือน ตอนนี้ให้แต่ละเขตหาพื้นที่มาแล้ว
“โดยการตั้งคณะกรรมการร่วม ผมว่าภายใน 1 เดือนต้องเป็นรูปธรรม”
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือการประชุม APEC CEO Summit ซึ่งทางสภาหอการค้าฯ ก็รับผิดชอบ
“เรื่องการประชุม APEC CEO Summit ส่วนนี้ กทม. จะขอไปร่วมด้วยดูด้วย เพราะ กทม. ต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกพื้นฐาน ยินดีร่วมงานกับทางหอการค้า เพื่อให้การจัดงานนี้เป็นไปอย่างสมศักดิ์ศรีขอฃประเทศไทย ซึ่งจะมีผู้นำมาเยอะ”
ตอนนี้ แก๊ส LPG ขึ้น 3 เดือนรวด มีเรื่องอะไรพิเศษ ในส่วน กทม.ที่จะดูแล ?
นายชัชชาติกล่าวว่า เราอาจจะลดค่าแก๊ส LPGโดยตรงไม่ได้ แต่เราสามารถดค่าอื่นได้ เช่น ลดค่าเช่าที่ ค่าตลาดได้ หรือแม้แต่การทำครัวกลาง ที่คนจะต้องไปหุงข้าว ทำกับข้าวในแต่ละบ้าน เราให้ศูนย์กลางทำแล้วกระจายให้คนได้หรือไม่ ? ก็จะประหยัดได้ อาจจะเริ่มตรงนี้ เราพร้อมช่วยอยู่แล้ว ซึ่งช่วงโควิดทางสภาฯ ก็ช่วยเยอะมาก
เมื่อถามว่าจะตั้งครัวกลางที่ไหน ?
นายชัชชาติชี้ว่า ในส่วนของครัวกลาง ต้องมองชุมชนเป็นหลัก ชุมชนที่มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมากเช่น คลองเตย แต่ถนนคนเดิน เราให้หาทุกเขต ไม่อยากให้คนเดินทางไกล เกิดป็นเศรษฐกิจชุมชน ถ้าเราทำเฉพาะสีลม ก็จะไม่ช่วยคนหนองจอก มีนบุรี
แล้วจะใช้คำว่าอะไร ?
นายชัชชาติกล่าวว่า ถนนเดิน พื้นที่ค้าขาย ตลาดนัด และอาจะมี คาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day) เช่น วันอาทิตย์จะมี คาร์ฟรีเดย์ เพื่อลดการใช้พลังงาน และให้เกิดการเดินทางในโหมดที่ไม่ได้ใช้พลังงานมาก เพราะพลังงานเป็นปัญหาหลักในตอนนี้
นายชัชชาติกล่าวปิดท้ายว่า เดี๋ยวจะไปอีกงานหนึ่ง ที่เดอะมอลล์ บางแค “เราจะไปตรวจฟุตบาธที่บางแคอีกว่า ดีขึ้นหรือยัง”
โดยแอดมินทักว่า ที่เคยไปคือ เดอะมอลล์ ท่าพระ ไม่ใช่บางแค
ก่อนนายชัชชาตินึกขึ้นได้ และว่า “คนละที่กัน เดี๋ยวไปดูบางแคด้วยก็ได้”

