‘คมนาคม’ เปิดโต๊ะเคลียร์ กทม. สางปมหนี้สายสีเขียวกว่า 5.3 หมื่นล้าน ดันเข้า ครม.รับทราบ-ลงนามโอนหนี้ ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่กระทรวงคมนาคม นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ครั้งที่ 2/2565 ว่าการประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามงานภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การมอบให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต (สายสีเขียวฝั่งเหนือ) และ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ (สายสีเขียวฝั่งใต้) ร่วมกับผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กทม. รฟม. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และสำนักงบประมาณ
นายภคพงศ์กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการกล่าวถึงเอ็มโอยู (เพิ่มเติมฉบับที่ 1) ว่าด้วยการจำหน่ายทรัพย์สินและโอนภาระทางการเงิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวของ รฟม.ให้กับ กทม. โดยรายละเอียดของการจัดทำบันทึกข้อตกลงฉบับดังกล่าวเพิ่มเติมมาจากข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไปเมื่อปี 2561 ในครั้งที่มีการโอนทรัพย์สินและภาระหนี้ส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เนื่องจากรายละเอียดเรื่องภาระหนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งยังมีภาระหนี้เพิ่มเติมจากส่วนของช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่ กทม.นำไปบริหารจัดการด้วย คาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ก่อนจบปีงบประมาณ 2565 หรือประมาณเดือนกันยายนนี้
นายภคพงศ์กล่าวอีกว่า ได้มีการรายงาน ภาระหนี้ที่ กทม.ค้างชำระ ซึ่งเป็นส่วนของงานโยธา ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 มีมูลหนี้อยู่ที่ประมาณ 5.33 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น สายสีเขียวฝั่งเหนือ 3.41 หมื่นล้านบาท และสีเขียวฝั่งใต้ 1.91 หมื่นล้านบาท และคาดการณ์ว่าตลอดปีงบประมาณ 2565 หรือตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน 2565 จะมีภาระหนี้ประมาณ 54,284 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าระหว่างเดือนเมษายน-กันยายน 2565 จะมีดอกเบี้ยสะสมประมาณ 970 ล้านบาท หรือประมาณ 161 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเรื่องนี้ทาง กทม.จะต้องมีการบรรจุเรื่องเสนอเข้าสภา กทม.เพื่อพิจารณารับทราบ โดยคาดว่าจะใช้เวลาการรวบรวมข้อมูล 2 เดือน เพราะประธานสภา กทม.เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง เช่นเดียวกับผู้ว่าฯกทม. ก่อนจะเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยและคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติลงนามบันทึกข้อตกลงรับโอนทรัพย์สินและภาระหนี้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว
“หนี้ส่วนนี้เป็นหนี้ที่เกิดจากงบประมาณการลงทุนส่วนของงานโยธาที่ รฟม.รับผิดชอบ รวมไปถึงงบเวนคืนที่ดิน และค่าจ้างที่ปรึกษา ซึ่งเมื่อ กทม.ลงนามบันทึกข้อตกลงรับโอนทรัพย์สินและภาระหนี้ ก็จะต้องไปดำเนินการจ่ายหนี้ทั้งหมดให้กับสำนักงบประมาณ โดยหนี้จะเป็นตัวเลขเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับว่า กทม.มีความพร้อมรับมอบภาระหนี้เมื่อไหร่ หากว่าช้ากว่านี้ออกไปอีก ก็จะเพิ่มภาระดอกเบี้ยที่ กทม.ต้องรับผิดชอบ” นายภคพงศ์กล่าว
นายภคพงศ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องการโอนโครงการสายสีเขียวให้ รฟม.ดูแลนั้น มองว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นที่ทาง กทม.จะโอนโครงการกลับมาให้ รฟม.ดูแล แต่ก็มีความเป็นไปได้ เพราะโครงการยังไม่ได้รับโอนเสร็จสิ้น เพราะยังมีขั้นตอนที่ กทม.ต้องจัดการอีกเยอะ

