ชัยวุฒิ มั่นใจ Capital Gain Tax หนุนสตาร์ตอัพ เพิ่มจ้างงาน 4 แสนตำแหน่ง
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า มาตรการยกเว้นภาษี หรือ Capital Gain Tax จะช่วยดึงดูดการลงทุน ทำให้สตาร์ตอัพสามารถระดมทุนได้เพิ่มขึ้น และคาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนสตาร์ตอัพในไทยมากกว่า 3.2 แสนล้านบาทภายในปี 2569 เกิดการจ้างงานเพิ่มกว่า 4 แสนตำแหน่ง และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 7.9 แสนล้านบาท โดยการเพิ่มโอกาสการเติบโตของดิจิทัลไทยพร้อมก้าวสู่ระดับสากลจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคเศรษฐกิจ และเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าสูงต่อไป
นายชัยวุฒิกล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการยกเว้นภาษี หรือ Capital Gain Tax เป็นเวลา 10 ปีแก่นักลงทุนไทยและต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในดิจิทัลสตาร์ตอัพไทยภายใต้ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยจะต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 24 เดือนตามที่กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากรเสนอ ซึ่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 750) พ.ศ.2565 (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น
โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อสตาร์ตอัพสัญชาติไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมพัฒนาคนและการศึกษา ฯลฯ สอดคล้องกับภารกิจสำคัญของกระทรวงดิจิทัล โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า ที่ต้องการส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของดิจิทัลสตาร์ตอัพไทยควบคู่ไปกับการพัฒนาเครือข่ายและระบบนิเวศสตาร์ตอัพ เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตพร้อมก้าวสู่ระดับสากล ซึ่งถือเป็นแผนงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
“มาตรการยกเว้นภาษี Capital Gain Tax จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนไทยและต่างชาติผ่านธุรกิจเงินร่วมลงทุนสนับสนุนให้สตาร์ตอัพไทยสามารถระดมทุนได้เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดสตาร์ตอัพรายใหม่ อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในประเทศ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคเศรษฐกิจของไทย เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าสูงต่อไป”นายชัยวุฒิกล่าว

