หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : มีอำนาจแต่แก้ไม่ได้

21.06.22 | 09:17 น.
จอดป้ายประชาชื่น : มีอำนาจแต่แก้ไม่ได้เครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อน

จอดป้ายประชาชื่น : มีอำนาจแต่แก้ไม่ได้

เครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลัง 2565 คือ ภาคการท่องเที่ยว หวังดึงรายได้ต่างชาติเข้ามาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย ขณะที่เครื่องยนต์อื่น อาทิ ภาคการส่งออก แม้ขยายตัวดีแต่มีข้อจำกัดวัตถุดิบและกำลังการผลิต

ภาพกำลังเป็นไปด้วยดี แต่ผลจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันตลาดโลกดันราคาน้ำมันในไทยแพงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงเห็นสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ต่อคิวขึ้นราคายกแผง ไม่เว้นแม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ได้ชื่อว่าเป็นโลโก้ของคนเบี้ยน้อยหอยน้อยยังแบกรับต้นทุนไม่ไหว ขอขึ้นราคาในรอบหลายสิบปี เหล่านี้ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อแบบเต็มตัว เดินตามประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐไปติดๆ

เมื่อของทุกอย่างแพงขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อน ความไม่สอดคล้องและผลกระทบที่เกิดขึ้นก็สร้างความกังวลถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ที่อาจไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้ เนื่องจากเดิมคาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีและช่วยเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า

ทิศทางต่อจากนี้ต้องรอไตรมาส 4 สุดท้ายของปี เพราะเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศ อุปสงค์ยังฟื้นตัวช้าแบบมีข้อจำกัด เพราะไทยแม้เป็นประเทศแรกๆ ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ด้วยเงื่อนไขการเข้าราชอาณาจักรที่ค่อนข้างเยอะ ทำให้ช่วงครึ่งปีแรกไทยเสียโอกาสอย่างมากในการรองรับนักท่องเที่ยว

Advertisement

ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศ และการใช้จ่ายชะลอตัวลง เนื่องจากโควิดลากยาวกว่าคาด กระทบหนี้ครัวเรือนพุ่งแตะ 90% บวกกับราคาสินค้าและบริการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่ออารมณ์และการจับจ่ายใช้สอยของคนทั่วไป

ภาพของแพงทั้งแผ่นดินทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาล ที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้มากเท่าอำนาจที่มีในมือ

ถ้ามีอำนาจเต็มมือแต่แก้ปัญหาไม่ได้ ทุกข์ก็เกิดกับคนไทยต่อไป