หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังถก ธปท.ดู...

คลังถก ธปท.ดูแลเงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 5 ปี ขอแบงก์พาณิชย์อย่าขึ้นแรง

21.06.22 | 15:19 น.

‘อาคม’ หารือ ธปท.ช่วยดูแลค่าเงินบาท ยอมรับปัจจัยนอกรุมเร้า แต่ขอความร่วมมือแบงก์พาณิชย์อย่าขึ้นแรง

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอให้ติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างใกล้ชิด และขอให้ดูค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ ถึงแม้จะดูแลค่าเงินบาทอ่อนลงค่อนข้างลำบาก เพราะมีปัจจัยภายนอกรุมเร้าโดยเฉพาะเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเร็วมาก

นายอาคมกล่าวว่า ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในอัตราที่สูง ซึ่งต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายด้วย หากจะปรับขึ้น ก็ฝากให้ ธปท.หารือและขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ด้วย เพื่อมิให้ปรับขึ้นแรงเกินไปจนกระทบต้นทุนภาคเอกชน เพราะจะส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันค่าเงินบาทอยู่ที่ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 5 ปี

“ทั้งกระทรวงการคลังและ ธปท.เห็นพ้องร่วมกันว่าต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง แบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ดังนั้น ขอให้ ธปท.หารือธนาคารพาณิชย์ หลังปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านอัตราดอกเบี้ย เพื่ิอมิให้เป็นภาระเอกชนมากเกินไป แต่ต้องดูเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน เรื่องอัตราเงินเฟ้อด้วย เพราะหากต้นทุนแพงมากเกินไปก็เดือดร้อนหมด ซึ่งรัฐบาลพยายามตรึงราคาน้ำมัน ราคาสินค้าให้ได้นานที่สุดเพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน” นายอาคมกล่าว

นายอาคมกล่าวอีกว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อที่สูงนั้นเกิดขึ้นทั่วไป ไม่ได้เฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว ซึ่งทุกประเทศต่างมีมาตรการดูแลเพื่ิอมิให้อัตราเงินเฟ้อสูงเกินไป เพราะถ้าไม่ดูแลก็เดือดร้อนกันหมด อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่่นว่าประเทศไทยจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ เพราะอัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นยังไม่ร้ายแรงเท่าที่ผ่านมา ที่เผชิญทั้งราคาน้ำมันแพง และเงินเฟ้อที่สูงกว่าในขณะนี้ โดยปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 7.10% หากเฉลี่ย 5 เดือน (มกราคม-พฤษภาคม 2565) อยู่ที่ 5.19%