ทลายระบบแกร็บป้ายขาว บังคับนั่งวินสาธารณะ ลดปัญหาหรือเพิ่มภาระ ปชช.?
เป็นข้อถกเถียงมาอย่างยาวนาน สำหรับประเด็นการนำรถจักรยานยนต์ป้ายทะเบียนสีขาว หรือรถส่วนบุคคล มาให้บริการรับ-ส่งสาธารณะ ผ่านแอพพลิเคชั่นแกร็บ หรือแอพพ์อื่นๆ ซึ่งในบางมุมมอง โดยเฉพาะจากผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง (วินมอเตอร์ไซค์) หรือรถที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะป้ายเหลือง มองว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎของกรมขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงเสียรายได้ เพราะมีการให้บริการที่ไม่มีการจำกัดเส้นทาง และทับเส้นทางของวินอีกด้วย
จากข้อกังวลดังเป็นที่มาของการที่ “แกร็บ ประเทศไทย” ออกจดหมายถึง แกร็บไบค์ (วิน) กรณี แกร็บไบค์ “ป้ายขาว” จะสามารถวิ่งให้บริการได้ถึงแค่ 15 กรกฎาคมนี้เท่านั้น โดยในประกาศมีเนื้อหาว่า
ออกจดหมายถึงจดหมายจาก แกร็บ ประเทศไทย ถึง พี่ๆ พาร์ตเนอร์คนขับที่ให้บริการ แกร็บไบค์ (วิน) แกร็บ ประเทศไทย ขอประกาศว่าด้วยคำสั่งของ ขบ. แกร็บจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบบริการแกร็บไบค์ (วิน) รูปแบบเดิม โดยต้องนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสารออกจากระบบ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ 16 มิถุนายน 2565 โดยจะให้บริการวันสุดท้ายวันที่ 15 กรกฎาคม 2565
โดยบริการแกร็บไบค์ (วิน) รูปแบบใหม่ จะเปิดให้กับพาร์ตเนอร์คนขับป้ายเหลืองที่มีคุณสมบัติตามนี้เท่านั้น
1.ต้องมีใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ
2.สามารถรับงานได้เฉพาะในเขตที่ลงทะเบียนกับ ขบ. (ห้ามรับข้ามเขต)
3.อัตราค่าโดยสารจะเป็นอัตราเดียวกับวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นไปตามอัตราที่กรมขนส่งฯกำหนด
จากการออกประกาศดังกล่าวนี้ กลายมาเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงในโลกโซเชียลอย่างมาก เนื่องจากการยกเลิกให้บริการของรถป้ายขาว จะทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้บริการลดลง จากการที่ “มติชนออนไลน์” สอบถามไปยังผู้ใช้บริการพบว่า ค่อยข้างมีความกังวล เนื่องจากในช่วงเวลาเร่งด่วน จำนวนรถที่มีในเส้นทางที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอต่อความต้องการทำให้ไปถึงที่หมาย หรือที่ทำงานได้ช้าลง จึงอยากใหบริการเหล่านี้มีต่อไป หรือจนกว่าประชาชนและผู้ให้บริการจะปรับตัวได้
ความคิดเห็นดังกล่าวได้ดังไปถึงหูผู้บริหาร แกร็บ ประเทศไทย อีกครั้ง จึงได้ออกมาชี้แจงว่า จากประกาศที่บริษัทได้ส่งถึงพาร์ตเนอร์คนขับผู้ให้บริการแกร็บไบค์ (วิน) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น กลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลมีเดีย เนื่องจากส่งผลกระทบต่อกลุ่มพาร์ตเนอร์คนขับหลายหมื่นคนที่จะต้องขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ รวมไปถึงผู้โดยสารที่ใช้บริการดังกล่าวอยู่นับแสนราย
โดยบริษัทมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบของบริการเรียกรถจักรยานยนต์ รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ให้เป็นไปตามคำสั่งล่าสุดของ ขบ. ซึ่งกำหนดให้คนขับที่จะสามารถให้บริการดังกล่าวได้ต้องเป็นผู้ที่มีใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียนเป็นรถป้ายเหลือง หรือเรียกได้ว่ามีแต่วินมอเตอร์ไซค์เท่านั้น
จากคำสั่งดังกล่าว หากหน่วยงานภาครัฐไม่เข้ามาดูแล เพื่อหาแนวทางเยียวยาย่อมจะส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับพาร์ตเนอร์คนขับหลายหมื่นคนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งจะต้องขาดรายได้ในการเลี้ยงดูครอบครัวทันที ทั้งยังจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ใช้บริการนับแสนรายที่ถูกตัดทางเลือกในการใช้บริการ ไม่สามารถเรียกใช้บริการแกร็บไบค์ในรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป
โดยล่าสุดเราได้เห็นกลุ่มผู้ใช้บริการเริ่มออกมาทำแคมเปญ เพื่อล่ารายชื่อทวงคืนแกร็บไบค์ (วิน) ผ่านเว็บไซต์ change.org ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ บริษัทจะขอเข้าพบกับ ขบ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลรับผิดชอบในประเด็นดังกล่าวเร็วๆ นี้ เพื่อขอให้พิจารณากำหนดแนวทางรองรับ เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ชัดเจน รวมถึงระยะเวลาในการดำเนินการที่เหมาะสม โดยบริษัทพร้อมให้ความช่วยเหลือพาร์ตเนอร์คนขับอย่างเต็มที่ในทุกขั้นตอนต่อไป
บทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายหรือไม่ คงต้องรอลุ้นผลการพิจารณาของภาครัฐต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เตรียมบ๊ายบาย แกร็บไบค์ ‘ป้ายขาว’ ให้บริการถึง 15 ก.ค.นี้ เกณฑ์ใหม่ให้ ‘ป้ายเหลือง’ เท่านั้น

